แก้ปัญหาหน้างาน · อาการรายตัว
รอยไหล รอยคลื่น ลายเสือ (flow mark)
ผิวชิ้นงานฉีดเป็นลายเพราะอะไร แก้ตรงไหนก่อน
รอยไหลเป็นอาการที่มีหลายหน้าตา ตั้งแต่ริ้ววงรอบ gate แถบเงาสลับด้านแบบลายเสือ ไปจนถึงเส้นงูที่พุ่งออกจากปาก gate ทั้งหมดเกิดที่หน้าการไหลขณะเนื้อหลอมวิ่งเข้าแม่พิมพ์ แต่สาเหตุและทางแก้ต่างกัน หน้านี้ช่วยแยกอาการให้ถูกก่อน แล้วไล่วิธีตรวจจากถูกไปแพง และบอกตรงๆ ว่าวัตถุดิบมีส่วนเมื่อไร
ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที
แยกให้ออกว่าเป็นรอยแบบไหน
คำว่ารอยไหลในหน้างานใช้เรียกหลายอาการรวมกัน ก่อนปรับเครื่องให้ดู รูปร่างและตำแหน่ง ของรอยก่อน เพราะแต่ละแบบแก้คนละทาง
- ริ้วหรือคลื่นรอบ gate (ripple / record groove) เป็นวงซ้อนกันคล้ายร่องแผ่นเสียง เริ่มใกล้ gate แล้วจางลงเมื่อห่างออกไป ผิวเป็นคลื่นจริงเมื่อลูบหรือส่องเฉียง
- ลายเสือ (tiger stripes) แถบเงาสลับด้านที่ตั้งฉากกับทิศการไหล มักอยู่ช่วงกลางถึงปลายทางการไหล และแถบบนผิวสองด้านของชิ้นงานมักเหลื่อมกัน พบบ่อยใน PP ผสมยางหรือ talc
- Jetting (เส้นงู) เส้นคดเคี้ยวที่เริ่มตรงปาก gate เหมือนเชือกพับไปมา เห็นได้แม้ชิ้นงานเต็มแบบ
- เงาไม่เท่ากัน (gloss difference) ผิวเรียบแต่มันกับด้านต่างกันเป็นบริเวณ ไม่เป็นลายซ้ำ มักมาจากอุณหภูมิแม่พิมพ์ไม่สม่ำเสมอ
- ไม่ใช่รอยไหล: ผิวบุ๋มตรงข้ามจุดหนาคือ รอยยุบ และเส้นเดียวตรงจุดที่เนื้อสองสายมาชนกันคือ weld line
กลไก: เกิดอะไรขึ้นที่หน้าการไหล
เนื้อหลอมไม่ได้ไหลเป็นก้อนเดียว ที่หน้าการไหลเนื้อจากแกนกลางจะพลิกออกไปแตะผนังแม่พิมพ์ (fountain flow) แล้วแข็งตัวเป็นชั้นผิวทันที ผิวชิ้นงานที่คุณเห็นจึงเป็นเนื้อที่ แตะผนังตอนอยู่ที่หน้าการไหล ถ้าหน้าการไหลเคลื่อนช้า เย็นเกิน หรือไม่สม่ำเสมอ เนื้อตรงนั้นแข็งตัวก่อนจะถูกกดแนบผนังเต็มที่ ผิวจึงเป็นริ้วหรือเงาไม่เท่ากัน
ลายเสือเป็นอีกกลไกหนึ่ง หน้าการไหลไม่เสถียร เนื้อหลอมลื่นไถลกับผนังสลับกันระหว่างฝั่งบนและฝั่งล่าง ผิวแต่ละช่วงจึงได้ความเงาต่างกันเป็นแถบ ส่วน jetting เกิดก่อนหน้าการไหลจะก่อตัวด้วยซ้ำ คือเนื้อพุ่งออกจาก gate เป็นเส้นเข้าไปในโพรงว่าง แล้วถูกเนื้อที่ตามมาห่อทับ
สาเหตุ 4 กลุ่ม
1. การออกแบบชิ้นงาน
ทางการไหลยาวเมื่อเทียบกับความหนาผนัง ผนังที่เปลี่ยนจากหนาเป็นบางกะทันหันจนหน้าการไหลเปลี่ยนความเร็ว และผิวมันเงาสีเข้มซึ่งแสดงความต่างของผิวได้ชัดกว่าผิวทราย
2. แม่พิมพ์
Gate เล็กเกินหรือหันเข้าหาที่ว่างจนเกิด jetting แม่พิมพ์เย็นเกินหรืออุณหภูมิไม่สม่ำเสมอ vent ไม่พอจนอากาศต้านหน้าการไหล และไม่มีที่ดักเนื้อเย็น (cold slug well) ทำให้เนื้อเย็นจากปลายหัวฉีดหลุดเข้าไปทำรอยใกล้ gate
3. Process
ความเร็วฉีดต่ำเกินจนหน้าการไหลเย็นระหว่างทาง หรือเร็วเกินในช่วงที่เนื้อผ่าน gate จนเกิด jetting อุณหภูมิหลอมหรืออุณหภูมิแม่พิมพ์ต่ำ และสลับ V/P เร็วหรือแรงย้ำต่ำจนผิวที่เป็นริ้วไม่ถูกกดแนบผนัง ดูพื้นฐานตัวแปรเหล่านี้ได้ใน การฉีดพลาสติก
4. วัตถุดิบ
เม็ดที่ MFI ต่ำไหลยากและเย็นตัวที่หน้าการไหลเร็ว regrind หรือเม็ดล็อตใหม่ที่ MFI ต่างไปทำให้หน้าการไหลเปลี่ยน masterbatch ที่ carrier ไหลไม่เข้ากับเม็ดหลักทำให้ผิวเป็นริ้ว และใน PP ที่ผสมยางหรือ talc ลายเสือขึ้นกับสูตร compound โดยตรง ดูพื้นฐานเรื่อง MFI ได้ใน รู้จักเม็ดพลาสติก
ตรวจทีละขั้น จากถูกไปแพง
- ดูรูปแบบรอยให้ชัด วงรอบ gate แถบสลับตั้งฉากทิศการไหล เส้นงูจากปาก gate หรือแค่เงาต่าง เพราะแต่ละแบบใช้ทางแก้ต่างกัน
- ทำ short shot ไล่ระดับ ฉีดไม่เต็มทีละขั้นเพื่อดูว่ารอยเริ่มตรงไหน หน้าการไหลมีรูปร่างอย่างไร และมีเนื้อพุ่งออกจาก gate เป็นเส้นหรือไม่
- ปรับความเร็วฉีด ถ้าเป็นริ้วรอบ gate ลองเพิ่มความเร็วทีละขั้น ถ้าเป็น jetting ให้ตั้ง speed profile ช้าในช่วงที่เนื้อผ่าน gate แล้วค่อยเร่ง
- เพิ่มอุณหภูมิแม่พิมพ์ทีละขั้น และวัดอุณหภูมิผิวจริงหลายจุด ถ้ารอยจางลงชัด แปลว่าหน้าการไหลเย็นเกิน
- เพิ่มอุณหภูมิหลอม ภายในช่วงที่ผู้ผลิตเม็ดแนะนำ วัดจากเนื้อที่ purge ออกมา ไม่ใช่ค่าที่ตั้งบนกระบอก
- ตรวจ vent และ cold slug well ทำความสะอาด vent ที่มีคราบ และดูว่ามีเนื้อเย็นติดมาที่ปาก gate หรือไม่
- ฉีดเม็ดเปล่าเทียบ ไม่ใส่ masterbatch และ regrind สัก 20–30 ช็อต ถ้ารอยหาย ปัญหาอยู่ที่ส่วนผสม
- แก้แม่พิมพ์ ขยาย gate เปลี่ยนเป็นแบบที่เนื้อพุ่งชนผนังหรือ pin ก่อน หรือปรับผิวแม่พิมพ์ เป็นขั้นที่แพงที่สุด
ตาราง สาเหตุ → วิธีตรวจ → วิธีแก้
| สาเหตุ | วิธีตรวจ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ความเร็วฉีดต่ำ หน้าการไหลเย็น | Short shot ไล่ระดับ ดูริ้วรอบ gate | เพิ่มความเร็วฉีดทีละขั้น |
| ความเร็วช่วงผ่าน gate สูงเกิน | Short shot เห็นเนื้อพุ่งเป็นเส้นจาก gate | ตั้ง speed profile ช้าช่วงแรก แล้วค่อยเร่ง |
| อุณหภูมิแม่พิมพ์ต่ำหรือไม่สม่ำเสมอ | วัดอุณหภูมิผิวหลายจุดเทียบกัน | เพิ่มอุณหภูมิ ตรวจและล้างวงจรน้ำ |
| อุณหภูมิหลอมต่ำ | วัดอุณหภูมิเนื้อที่ purge ออกมา | ปรับขึ้นในช่วงที่ผู้ผลิตเม็ดแนะนำ |
| แรงย้ำต่ำหรือสลับ V/P เร็วเกิน | รอยจางลงเมื่อเพิ่มแรงย้ำ | ปรับจุดสลับ V/P และแรงย้ำ |
| Gate เล็กหรือหันเข้าที่ว่าง | Jetting ไม่หายแม้ลดความเร็วช่วงแรก | ขยาย gate หรือย้ายให้เนื้อชนผนังหรือ pin ก่อน |
| Vent ตันหรือไม่มีที่ดักเนื้อเย็น | ดูคราบที่ vent และรอยใกล้ปาก gate | ล้าง vent เพิ่ม cold slug well |
| วัตถุดิบหรือส่วนผสมไม่นิ่ง | ฉีดเม็ดเปล่าเทียบ บันทึกล็อตและสัดส่วน regrind | คุมสัดส่วนผสม ตรวจ MFI เมื่อเปลี่ยนล็อต |
| ลายเสือใน PP ผสมยางหรือ talc | ปรับ process แล้วลายยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิม | ทบทวนสูตร compound ร่วมกับผู้ผลิตเม็ด |
วัตถุดิบและสารเติมแต่งช่วยได้แค่ไหน
คำตอบตรงๆ คือ รอยไหลส่วนใหญ่แก้ที่ process และแม่พิมพ์ การเปลี่ยนวัตถุดิบมีผลชัดในบางกรณีเท่านั้น ทางเลือกที่มีอยู่จริงมีดังนี้
- เกรดที่ไหลง่ายขึ้น (MFI สูงขึ้น) ช่วยให้หน้าการไหลไปถึงปลายทางขณะยังร้อนพอ แต่ความเหนียวและคุณสมบัติอื่นอาจเปลี่ยน ต้องยืนยันว่าชิ้นงานยังผ่านสเปก
- สูตร compound ใน PP ผสมยางหรือ talc ลายเสือขึ้นกับชนิดและการกระจายตัวของยางและตัวเติมในเนื้อ ถ้าปรับ process เต็มที่แล้วลายยังอยู่ การทบทวนสูตร compound เป็นทางที่ควรคุยกับผู้ผลิตเม็ด และต้องทดลองบนแม่พิมพ์จริง
- Masterbatch ที่ carrier เข้ากับเม็ดหลัก ลดริ้วที่มาจากส่วนผสมไหลไม่เท่ากัน ตรวจได้ด้วยการฉีดเม็ดเปล่าเทียบ
- สารหล่อลื่นหรือ processing aid บางชนิดช่วยการไหลได้ แต่ถ้าเติมเกินอาจเกิดคราบที่ผิว คราบใน vent หรือทำให้ weld line อ่อนลง
สิ่งที่สารเติมแต่ง แก้ไม่ได้: jetting จาก gate ที่หันเข้าที่ว่าง แม่พิมพ์เย็นเกิน ความเร็วฉีดที่ตั้งไม่เหมาะ และ vent ที่ตัน
ข้อควรระวังทางเทคนิค
ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง
FAQ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องรอยไหล
ลายเสือ (tiger stripes) ในชิ้นงาน PP ผสม talc หรือ TPO เกิดจากอะไร แก้ได้ไหม
ลายเสือคือแถบเงาสลับด้านที่ตั้งฉากกับทิศการไหล เกิดจากหน้าการไหลไม่เสถียร เนื้อหลอมลื่นไถลกับผนังแม่พิมพ์สลับกันระหว่างสองฝั่ง ผิวแต่ละช่วงจึงแข็งตัวในสภาพต่างกัน มักเห็นใน PP ที่ผสมยางหรือ talc เช่น compound สำหรับกันชนรถยนต์ การปรับความเร็วฉีดและอุณหภูมิแม่พิมพ์ช่วยลดได้บางส่วน แต่หลายกรณีต้นเหตุอยู่ที่สูตร compound เช่น ชนิดและการกระจายตัวของยางและตัวเติม จึงควรทดลองทั้งด้าน process และด้านวัตถุดิบ
รอยไหลกับ weld line ต่างกันอย่างไร
Weld line เป็นเส้นเดียวตรงจุดที่หน้าการไหลสองสายมาชนกัน เช่น หลังรู หลัง insert หรือระหว่าง gate สองจุด ส่วนรอยไหลเป็นริ้ว คลื่น หรือแถบซ้ำๆ ที่เรียงตามทางการไหลจาก gate ออกไป วิธีแยกง่ายที่สุดคือทำ short shot ไล่ระดับ ถ้ารอยอยู่ตรงที่หน้าการไหลมาบรรจบกันคือ weld line ถ้าเกิดตามทางระหว่างที่หน้าการไหลเคลื่อนไปคือรอยไหล
ทำไมรอยไหลเห็นชัดบนชิ้นงานผิวมันเงาและสีเข้ม
รอยไหลส่วนใหญ่เป็นความต่างของความเงาและลายผิวในระดับเล็กมาก ผิวมันเงาสีเข้มสะท้อนแสงชัดจึงเห็นความต่างได้ง่าย ขณะที่ผิวทราย (texture) หรือสีอ่อนกลบรอยได้มากกว่า ถ้าแก้ด้วย process และแม่พิมพ์จนสุดแล้ว การเปลี่ยนผิวแม่พิมพ์เป็นลายทรายในบริเวณที่ไม่ต้องการความเงาก็เป็นทางเลือกด้านการออกแบบที่ใช้กันจริง
Jetting คืออะไร ต่างจากรอยไหลทั่วไปอย่างไร
Jetting คือเนื้อหลอมพุ่งออกจาก gate เป็นเส้นเหมือนเชือกเข้าไปในโพรงแม่พิมพ์ที่ยังว่าง โดยไม่แตะผนังก่อน เส้นนั้นเย็นตัวและพับไปมา แล้วเนื้อที่ตามมาไหลห่อทับ จึงเห็นเป็นเส้นงูคดเคี้ยวเริ่มจากปาก gate ต่างจากรอยไหลทั่วไปที่เกิดจากหน้าการไหลช้าหรือเย็นเกิน ทางแก้คือลดความเร็วฉีดช่วงแรกที่เนื้อผ่าน gate ขยาย gate หรือย้าย gate ให้เนื้อพุ่งไปชนผนังหรือ pin ก่อน
รอยไหลไม่หายแม้ปรับเครื่องแล้ว?
ส่งรูปชิ้นงานที่ส่องเฉียงกับแสง รูป short shot ถ้ามี และค่าที่ตั้งบนเครื่องมาทาง LINE ทีมเทคนิคจะช่วยแยกว่าเป็นเรื่องแม่พิมพ์ process หรือวัตถุดิบ