ซีรีส์ การขึ้นรูปพลาสติก
การฉีดพลาสติก (Injection molding)
หลอม ฉีดเข้าแม่พิมพ์ เย็นตัว แล้วปลดชิ้นงาน
กระบวนการที่ทำชิ้นงาน 3 มิติรูปทรงซับซ้อนได้แม่นที่สุดและเร็วที่สุดเมื่อผลิตจำนวนมาก บทความนี้อธิบายว่าเครื่องฉีดทำงานอย่างไร รอบการผลิตเสียเวลาไปกับขั้นไหน ตัวแปรไหนต้องคุม และไล่ปัญหาหน้างานทีละอาการ
ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 21 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที
หลักการใน 1 นาที
เครื่องฉีดมี 2 ส่วนหลัก ชุดฉีด (injection unit) ทำหน้าที่หลอมเม็ดและดันพลาสติกหลอมเข้าแม่พิมพ์ ชุดปิดแม่พิมพ์ (clamping unit) ทำหน้าที่ปิดแม่พิมพ์ให้แน่นและต้านแรงดันของพลาสติกในโพรง
หัวใจของชุดฉีดคือ reciprocating screw สกรูที่ทั้งหมุนและเลื่อนเดินหน้าถอยหลังได้ ตอนหมุน สกรูดึงเม็ดจากฮอปเปอร์ไปข้างหน้า เม็ดหลอมด้วยความร้อนจากฮีตเตอร์รอบกระบอก และจากแรงเฉือน (shear) ระหว่างสกรูกับผนังกระบอก ซึ่งเป็นแหล่งความร้อนสำคัญ พลาสติกหลอมไปสะสมอยู่หน้าปลายสกรูและดันสกรูถอยหลัง เมื่อได้ปริมาณครบหนึ่งช็อต สกรูหยุดหมุน แล้วพุ่งไปข้างหน้าเหมือนลูกสูบ ดันพลาสติกผ่านหัวฉีดเข้าแม่พิมพ์ วาล์วกันย้อน (check ring) ที่ปลายสกรูกันไม่ให้พลาสติกไหลย้อนกลับ
แม่พิมพ์เย็นกว่าพลาสติกหลอมมาก พลาสติกจึงแข็งตัวตามรูปโพรง เมื่อแข็งพอ ชุดปิดเปิดแม่พิมพ์ ระบบปลดดันชิ้นงานออก แล้วเริ่มรอบใหม่
ขั้นตอนของรอบการผลิต
หนึ่งรอบ (cycle) ของการฉีดมี 6 ขั้น บางขั้นเกิดพร้อมกัน
- ปิดและล็อกแม่พิมพ์ (clamp close) ชุดปิดเลื่อนแม่พิมพ์ฝั่งเคลื่อนที่มาชนฝั่งอยู่กับที่ แล้วสร้างแรงปิดเต็มที่ ช่วงท้ายต้องช้าลงเพื่อป้องกันแม่พิมพ์ (mould protection)
- ฉีด (injection / filling) สกรูพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ตั้งไว้ พลาสติกเติมโพรงเกือบเต็ม ช่วงนี้คุมด้วยความเร็ว ไม่ใช่แรงดัน
- ย้ำ (holding / packing) ที่จุดสลับ V/P (velocity to pressure switchover) เครื่องเปลี่ยนมาคุมแรงดัน ดันเนื้อเพิ่มเข้าไปชดเชยการหดตัวขณะเย็น จนเกตแข็งตัว (gate freeze) หลังจากนั้นการย้ำไม่มีผลอีก
- หล่อเย็น (cooling) ชิ้นงานเย็นตัวในแม่พิมพ์จนแข็งพอจะปลดโดยไม่เสียรูป ระหว่างนี้สกรูหมุนเตรียมเนื้อสำหรับช็อตถัดไป (plasticizing / screw recovery) โดยมีแรงดันย้อน (back pressure) ช่วยให้เนื้อแน่นและผสมดีขึ้น
- เปิดแม่พิมพ์ (mould open) ชุดปิดถอยแม่พิมพ์ฝั่งเคลื่อนที่ออก ชิ้นงานมักติดไปกับฝั่งนี้เพราะระบบปลดอยู่ฝั่งนี้
- ปลดชิ้นงาน (ejection) เข็มปลด (ejector pin) หรือแผ่นปลดดันชิ้นงานออก ชิ้นงานหล่นลงหรือหุ่นยนต์หยิบ แล้วแม่พิมพ์ปิดเริ่มรอบใหม่
ทำไม cooling มักกินเวลามากที่สุด
พลาสติกนำความร้อนได้ไม่ดี ความร้อนต้องเดินจากกลางผนังออกไปหาผิวแม่พิมพ์ ตามสมการนำความร้อนในตำรา เวลาเย็นตัวแปรตามกำลังสองของความหนาผนัง ผนังหนาขึ้น 2 เท่า เวลาเย็นตัวเพิ่มราว 4 เท่า ในชิ้นงานส่วนใหญ่ cooling จึงเป็นช่วงที่ยาวที่สุดของรอบ และเป็นช่วงที่ลดได้มากที่สุด
ทางลดมีหลายทาง เรียงจากต้นทาง: ออกแบบผนังให้บางและหนาเท่ากัน วางช่องน้ำเย็นในแม่พิมพ์ให้ทั่ว คุมอุณหภูมิและอัตราไหลของน้ำ และสำหรับ PP ซึ่งเป็น semi-crystalline การทำให้ผลึกเกิดเร็วขึ้นด้วย nucleating agent ช่วยให้ชิ้นงานแข็งพอปลดได้เร็วขึ้น ผลมากน้อยขึ้นกับเกรดและแม่พิมพ์ ต้องวัดบนเครื่องจริง อ่านต่อที่ รอบฉีดช้า ชิ้นงานบิด
แรงปิดแม่พิมพ์ เกต และรันเนอร์
แรงปิด (clamp force) คือแรงที่ชุดปิดกดแม่พิมพ์สองฝั่งไว้ไม่ให้แง้มออกขณะพลาสติกในโพรงมีแรงดัน แนวคิดง่ายๆ คือ
แรงปิดที่ต้องใช้ ≈ พื้นที่ภาพฉาย (projected area) ของชิ้นงานและรันเนอร์ × แรงดันเฉลี่ยในโพรง
พื้นที่ภาพฉายคือพื้นที่เงาของชิ้นงานเมื่อมองตั้งฉากกับแนวเปิดแม่พิมพ์ แรงดันในโพรงขึ้นกับชนิดเม็ด ความหนาผนัง และระยะไหล ผนังบางและไหลไกลต้องใช้แรงดันสูงกว่า ถ้าแรงปิดไม่พอ แม่พิมพ์แง้มและเกิดครีบ (flash) ถ้าเลือกเครื่องใหญ่เกินไปมาก ก็เปลืองพลังงานและควบคุมช็อตเล็กได้ยาก
ทางเดินของพลาสติกในแม่พิมพ์คือ สปรู (sprue) → รันเนอร์ (runner) → เกต (gate) → โพรง (cavity)
- Cold runner รันเนอร์แข็งตัวและหลุดออกมาพร้อมชิ้นงานทุกรอบ ต้องตัดและบด regrind แม่พิมพ์ราคาต่ำกว่า
- Hot runner รันเนอร์ถูกให้ความร้อนในแม่พิมพ์ พลาสติกในรันเนอร์ไม่แข็งตัว ไม่มีเศษรันเนอร์ แต่แม่พิมพ์แพงกว่าและต้องดูแลระบบความร้อน การเปลี่ยนสีใช้เวลาไล่สีนานกว่า
- เกต มีหลายแบบ เช่น pin gate, edge gate, submarine (tunnel) gate, fan gate ขนาดเกตกำหนดว่าเกตแข็งตัวเร็วแค่ไหน ซึ่งกำหนดว่าการย้ำทำงานได้นานเท่าไร ตำแหน่งเกตกำหนดทิศการไหล ตำแหน่ง weld line และการเรียงตัวของโมเลกุล โดยทั่วไปควรฉีดเข้าทางส่วนที่หนาที่สุด
ตัวแปรที่ต้องคุม
| ตัวแปร | คุมอะไร | ถ้าผิดจะเกิดอะไร |
|---|---|---|
| อุณหภูมิพลาสติกหลอม (melt temperature) | ความหนืด การไหลเติมแม่พิมพ์ การเสื่อมของเม็ดและสาร | สูงไป: เม็ดหรือสีเสื่อม เหลือง มีรอยไหม้หรือ splay · ต่ำไป: ฉีดไม่เต็ม weld line อ่อน สีกระจายไม่ดี |
| อุณหภูมิแม่พิมพ์ (mould temperature) | ผิวชิ้นงาน การตกผลึก การหดตัว เวลาเย็นตัว | ต่ำไป: ผิวด้าน มีรอยไหล ความเค้นค้าง · สูงไป: รอบยาว · สองฝั่งไม่เท่ากัน: ชิ้นงานบิด |
| ความเร็วฉีด (injection speed) | การเติมโพรง ผิว ความแข็งแรงของ weld line | ช้าไป: ฉีดไม่เต็ม weld line ชัด · เร็วไป: jetting อากาศค้างแล้วไหม้ (diesel effect) ครีบ |
| จุดสลับ V/P | จังหวะเปลี่ยนจากคุมความเร็วเป็นคุมแรงดัน | สลับเร็วไป: ฉีดไม่เต็ม รอยยุบ · สลับช้าไป: แรงดันพุ่ง ครีบ ชิ้นงานติดแม่พิมพ์ |
| แรงดันและเวลาย้ำ (holding pressure / time) | น้ำหนักชิ้นงาน ขนาด รอยยุบ | น้อยไป: รอยยุบ โพรงอากาศภายใน (void) ขนาดเล็ก · มากไป: ครีบ ความเค้นค้าง ปลดยาก |
| เวลาเย็นตัว (cooling time) | ความแข็งตอนปลด ความเรียบ ขนาด | สั้นไป: บิด รอยเข็มปลด ขนาดเปลี่ยนหลังปลด · ยาวไป: เสียรอบโดยไม่ได้อะไร |
| Back pressure และรอบสกรู | ความสม่ำเสมอของเนื้อ การผสมสีและสาร | ต่ำไป: ลายสี จุดสี ฟองอากาศ · สูงไป: เฉือนมาก ร้อนเกิน เตรียมเนื้อช้า |
| การอบเม็ด (drying) | ความชื้นในเม็ดที่ดูดความชื้น เช่น PA, PC, PET, PBT, ABS | ชื้น: ลายเงิน (splay) และสำหรับ PA, PC, PET, PBT สายโซ่ขาดจากความชื้น (hydrolysis) ชิ้นงานเปราะ |
อุณหภูมิอ้างอิงที่พบในตำราสำหรับเม็ดที่ใช้บ่อย:
| เม็ด | อุณหภูมิหลอมโดยประมาณ | อุณหภูมิแม่พิมพ์โดยประมาณ | ต้องอบก่อนฉีด |
|---|---|---|---|
| PP | 200–270 °C | 20–70 °C | ปกติไม่ต้อง |
| HDPE | 200–270 °C | 20–60 °C | ปกติไม่ต้อง |
| PS (GPPS / HIPS) | 180–250 °C | 20–60 °C | ปกติไม่ต้อง |
| ABS | 210–260 °C | 40–80 °C | มักต้องอบ |
| PC | 280–320 °C | 80–110 °C | ต้องอบ |
| PA6 | 230–280 °C | 40–90 °C | ต้องอบ |
ชิ้นงานและเม็ดที่ใช้
งานฉีดเหมาะกับชิ้นงาน 3 มิติที่ต้องการขนาดแม่นและผลิตซ้ำจำนวนมาก เช่น ฝาขวดและฝาปิด กล่องและถ้วยผนังบาง ลังและพาเลท ถังมีหูหิ้ว ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ใบพัดและโครงพัดลม ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเล่น และอุปกรณ์การแพทย์แบบใช้ครั้งเดียว
เม็ดที่ใช้มากคือ PP และ HDPE รองลงมาคือ ABS, PS/HIPS และพลาสติกวิศวกรรม เช่น PC, PA, POM, PBT
- ทิศของ MFI งานฉีดใช้เกรด MFI สูงกว่างานเป่าและงานรีด เพราะต้องไหลเติมโพรงให้เต็มในเวลาไม่กี่วินาที
- ผนังบาง ระยะไหลไกล เช่น ถ้วยและกล่องผนังบาง ใช้ MFI สูง
- ชิ้นงานรับแรงกระแทก เช่น ลัง ถัง พาเลท มักใช้ MFI ต่ำลงมาหรือเป็น copolymer เพื่อความเหนียว แลกกับการไหลที่ยากขึ้น
- MFI เป็นแค่จุดเริ่ม ต้องดูอัตราส่วนระยะไหลต่อความหนา (flow length / wall thickness) ของชิ้นงานด้วย อ่านเพิ่มเรื่อง MFI ที่ รู้จักเม็ดพลาสติก
ปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหาส่วนใหญ่ในงานฉีดแก้ที่ process หรือแม่พิมพ์ ไม่ใช่ที่สารเติมแต่ง ตารางนี้บอกตรงๆ ว่าข้อไหน additive ช่วยได้ ข้อไหนไม่เกี่ยว
| อาการ | สาเหตุที่น่าจะเป็น | วิธีตรวจ | สารเติมแต่งช่วยได้ไหม |
|---|---|---|---|
| หดตัวไม่เท่ากัน ชิ้นงานบิด (shrinkage / warpage) | ผนังหนาไม่เท่ากัน แม่พิมพ์สองฝั่งร้อนไม่เท่ากัน โมเลกุลและผลึกเรียงตัวตามทิศไหล เย็นตัวไม่พอก่อนปลด | วัดอุณหภูมิผิวแม่พิมพ์ทั้งสองฝั่ง วัดขนาดทันทีและหลัง 24–48 ชั่วโมง ดูว่าบิดตามทิศจากเกตหรือไม่ | บางส่วน ใน PP nucleating agent เปลี่ยนการหดตัวได้ทั้งดีขึ้นและแย่ลงตามรูปทรง ต้องทดลอง ดู รอบฉีดช้า ชิ้นงานบิด ต้นเหตุหลักมักอยู่ที่การออกแบบผนังและระบบน้ำเย็น |
| รอยประสาน (weld line) | หน้าพลาสติกสองสายไหลมาชนกันหลังผ่านรูหรือ insert หน้าพลาสติกเย็นแล้วจึงประสานไม่สนิท อากาศค้างที่จุดชน | ฉีดไม่เต็มทีละขั้น (short shot series) ดูว่าหน้าไหลชนกันที่ไหน ตรวจ vent ตรงจุดนั้น | แทบไม่ช่วย แก้ที่อุณหภูมิหลอม อุณหภูมิแม่พิมพ์ ความเร็วฉีด vent และตำแหน่งเกต สีเมทัลลิกและ pigment แบบเกล็ดทำให้รอยเห็นชัดขึ้น |
| ฉีดไม่เต็ม (short shot) | ปริมาณช็อตไม่พอ ความเร็วหรือแรงดันต่ำ เนื้อเย็นไป vent ตัน อากาศค้าง ผนังบางเกินระยะไหล | ดูค่า cushion ที่เหลือหน้าสกรู ถ้าเป็นศูนย์คือช็อตไม่พอ ตรวจ vent ตรวจ MFI ของล็อตเม็ด | ไม่ใช่เรื่อง additive โดยตรง แต่ถ้าเปลี่ยนเม็ด ผสม regrind หรือเติม filler สูง การไหลจะเปลี่ยน ต้องตรวจ MFI ใหม่ |
| รอยยุบ (sink mark) | ส่วนหนา เช่น ฐาน rib หรือ boss หนาเกิน แรงหรือเวลาย้ำไม่พอ เกตเล็กจนแข็งตัวเร็ว | ทำ gate freeze study: ชั่งน้ำหนักชิ้นงานที่เวลาย้ำต่างกัน ถ้าน้ำหนักยังขึ้นอยู่ แปลว่าย้ำไม่พอ | ส่วนใหญ่ไม่ แก้ที่การออกแบบและการย้ำ ทางเลือกสำหรับชิ้นหนาคือสารทำโฟม (chemical blowing agent) ซึ่ง ACS ไม่ได้จำหน่าย |
| ครีบ (flash) | แรงปิดไม่พอ หน้าสัมผัสแม่พิมพ์สึกหรือมีสิ่งสกปรก แรงดันย้ำหรืออุณหภูมิสูงไป สลับ V/P ช้าไป | คำนวณแรงปิดเทียบกับพื้นที่ภาพฉาย ตรวจหน้าสัมผัสแม่พิมพ์ ลดแรงย้ำทีละขั้น | ไม่ แก้ที่แม่พิมพ์และ process |
| ลายเงิน (splay / silver streak) | ความชื้นในเม็ดหรือใน masterbatch สารระเหย พลาสติกเสื่อมจากความร้อนหรืออยู่ในกระบอกนานเกิน อากาศถูกดูดเข้า | ฉีดลอยออกนอกแม่พิมพ์ (purge) ดูฟอง วัดความชื้นเม็ด ลองอบแล้วเทียบ ลด back pressure หรืออุณหภูมิทีละขั้น | เกี่ยวโดยอ้อม masterbatch และเม็ดรีไซเคิลต้องแห้งและ carrier ต้องทนอุณหภูมิฉีดได้ ดู เม็ดรีไซเคิล PCR |
| ลายสี จุดสี สีไม่สม่ำเสมอ | masterbatch กระจายไม่ดี carrier ไหลยากกว่าเม็ดหลักหรือไม่เข้ากัน back pressure ต่ำ เครื่องเติมแกว่ง ผสมในถังแล้วแยกชั้น | ฉีดแผ่นเรียบดูใต้แสง เพิ่ม back pressure ทีละขั้น ชั่งปริมาณที่เครื่องเติมจ่ายจริง เทียบ MFI ของ carrier กับเม็ดหลัก | ใช่ ข้อนี้คุณภาพ masterbatch มีผลตรง carrier ต้องเข้ากันกับเม็ดหลักและไหลไม่ยากกว่า pigment ต้องกระจายดีตั้งแต่ขั้น compound |
| ชิ้นงานกลางแจ้งกรอบ ซีด แตก | UV ตัดสายโซ่พอลิเมอร์ สารกัน UV ไม่พอหรือไม่เหมาะกับความหนา | ดูว่ารอยแตกเริ่มจากผิวด้านที่โดนแดด เทียบกับชิ้นที่อยู่ในร่ม | ใช่ ต้องรวม UV stabilizer ไว้ในสูตร ดู พลาสติกกรอบแตกกลางแดด |
| ฝุ่นเกาะ ชิ้นงานดูดกัน มีไฟฟ้าสถิต | ผิว PP/PE เป็นฉนวน ประจุสะสมตอนปลดและตอนขนส่ง | วัด surface resistivity หรือทดลองถือชิ้นงานใกล้เศษกระดาษชิ้นเล็กดูว่าดูดหรือไม่ | ใช่ ดู ชิ้นงานฝุ่นเกาะ ไฟฟ้าสถิต |
สารเติมแต่งในงานฉีด
ในงานฉีด masterbatch เข้าเครื่องได้ 2 แบบ
- ผสมในถังก่อน (pre-blend) ง่าย ลงทุนน้อย แต่เม็ดที่ขนาดหรือความหนาแน่นต่างกันอาจแยกชั้นระหว่างลำเลียง
- เครื่องเติมที่ปากฮอปเปอร์ (dosing unit) แบบปริมาตร (volumetric) หรือแบบชั่งน้ำหนัก (gravimetric) แบบชั่งน้ำหนักคุมอัตราเติมได้นิ่งกว่าและบันทึกปริมาณที่ใช้จริงได้
สกรูฉีดส่วนใหญ่เป็นสกรูอเนกประสงค์ที่ไม่มีส่วนผสม (mixing section) แรงๆ เวลาที่พลาสติกอยู่ในกระบอกก็สั้น masterbatch สำหรับงานฉีดจึงต้องกระจายตัวง่าย carrier เข้ากันกับเม็ดหลัก และ back pressure ต้องตั้งให้พอ
สารที่มีบทบาทมากในงานฉีด:
- Nucleating agent / clarifier สำหรับ PP เพื่อรอบการผลิต ความแข็ง หรือความใส · รอบฉีดช้า
- UV Masterbatch สำหรับลัง พาเลท เก้าอี้ ชิ้นส่วนกลางแจ้ง · กรอบแตกกลางแดด
- FR PP (V-0, IFR) สำหรับชิ้นส่วนไฟฟ้าที่ต้องผ่าน UL94 · สารกันไฟลาม PP V-0
- Antistatic สำหรับบรรจุภัณฑ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ · ไฟฟ้าสถิต
- Slip agent ในฝาปิด ช่วยลดแรงบิดตอนเปิดฝา · Slip & Antiblock
- PCR / rPP compound เมื่อต้องใช้เนื้อรีไซเคิล · เม็ดรีไซเคิล PCR
อัตราเติมของ masterbatch เชิงฟังก์ชันส่วนใหญ่อยู่ในหลักไม่กี่เปอร์เซ็นต์ เช่น UV masterbatch ราว 0.5–3% และ nucleating masterbatch ราว 0.5–2% ส่วนสารกันไฟลามต้องเติมสูงกว่ามาก (ค่าอ้างอิงทั่วไปในอุตสาหกรรม ต้องยืนยันด้วยการทดลองจริงบนเครื่องของคุณ) ต้นทุนที่ควรดูคือต้นทุนต่อชิ้นงานดี ไม่ใช่ราคาต่อกิโลกรัม ลองคิดด้วย เครื่องคำนวณต้นทุนต่อชิ้นงาน
FAQ
คำถามที่พบบ่อย
แม่พิมพ์ของเราต้องใช้เครื่องฉีดแรงปิดกี่ตัน
แรงปิดที่ต้องใช้ประมาณได้จากพื้นที่ภาพฉายของชิ้นงานรวมรันเนอร์ คูณแรงดันเฉลี่ยในโพรงแม่พิมพ์ แรงดันในโพรงขึ้นกับชนิดเม็ด ความหนาผนัง และระยะไหล จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกงาน ให้ผู้ออกแบบแม่พิมพ์คำนวณหรือใช้ผลจำลองการไหล แล้วเผื่อแรงไว้ไม่ให้เครื่องทำงานที่ขีดสุด
ทำไมเปลี่ยนสี masterbatch แล้วขนาดหรือการบิดของชิ้นงาน PP เปลี่ยน
pigment บางชนิด โดยเฉพาะกลุ่ม phthalocyanine สีน้ำเงินและเขียว ทำหน้าที่เป็น nucleating agent ใน PP ได้ ทำให้ PP ตกผลึกเร็วขึ้นและหดตัวต่างทิศต่างไปจากสีอื่น ชิ้นงานจากแม่พิมพ์เดียวกันจึงอาจบิดหรือมีขนาดต่างกันตามสี ถ้าเจออาการนี้ ให้วัดขนาดแยกตามสี และคุยกับผู้ผลิต masterbatch เรื่องชนิด pigment
ผสม masterbatch ในถังผสมก่อน หรือใช้เครื่องเติมที่ปากฮอปเปอร์ดีกว่า
ผสมในถังทำได้ง่ายและลงทุนน้อย แต่เม็ดที่ขนาดหรือความหนาแน่นต่างกันอาจแยกชั้นระหว่างลำเลียง ทำให้สีหรือปริมาณสารแกว่งตามช็อต เครื่องเติมแบบชั่งน้ำหนัก (gravimetric) ที่ปากฮอปเปอร์คุมอัตราเติมได้นิ่งกว่า และบันทึกปริมาณที่ใช้จริงได้ คุ้มเมื่อสารเติมแต่งมีผลต่อคุณสมบัติ เช่น UV หรือ FR
ใช้ regrind ผสมกลับได้กี่เปอร์เซ็นต์
ไม่มีตัวเลขเดียว ขึ้นกับชนิดเม็ด ข้อกำหนดของชิ้นงาน และจำนวนรอบที่ผ่านความร้อนมาแล้ว regrind ทุกรอบสะสมประวัติความร้อน MFI มักสูงขึ้น และสารกันเสื่อมหรือสาร UV ที่มีอยู่จะถูกใช้ไปบางส่วน ให้กำหนดสัดส่วนคงที่ วัด MFI และทดสอบชิ้นงานจริงที่สัดส่วนนั้นก่อนใช้ประจำ
ข้อควรระวังทางเทคนิค
ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง
ชิ้นงานฉีดมีปัญหาที่ไม่แน่ใจว่ามาจากสูตรหรือ process
ส่งรูปชิ้นงาน เกรดเม็ด และ masterbatch ที่ใช้มาให้ดู เราช่วยแยกให้ว่าข้อไหนแก้ที่สูตร ข้อไหนแก้ที่เครื่องหรือแม่พิมพ์ ไม่มีค่าใช้จ่าย