เศรษฐกิจหมุนเวียน · วัตถุดิบรีไซเคิล
PIR กับ PCR ต่างกันอย่างไร
และทำไมต้องรู้ก่อนซื้อเม็ดรีไซเคิล
คำว่า "รีไซเคิล" บนใบเสนอราคาบอกข้อมูลน้อยมาก เม็ดจากเศษโรงงานกับเม็ดจากขวดใช้แล้วมีความเสี่ยงคนละแบบ นับเป็นเนื้อรีไซเคิลต่างกัน และต้องตรวจคนละจุด หน้านี้อธิบายนิยามตามมาตรฐาน แหล่งที่มา ความแปรปรวน และวิธีอ้างตัวเลขให้ตรวจสอบได้
ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที
นิยามตาม ISO 14021
ISO 14021 เป็นมาตรฐานสำหรับคำกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้ผลิตประกาศเอง (self-declared environmental claims) และเป็นที่มาของคำที่ใช้กันทั่วไปในวงการรีไซเคิล
- Pre-consumer (เรียกในวงการว่า post-industrial หรือ PIR): วัสดุที่ถูกแยกออกจากกระแสของเสียระหว่างกระบวนการผลิต แล้วส่งไปรีไซเคิล เช่น runner ขอบฟิล์ม หรือล็อตตกสเปก
- Post-consumer (PCR): วัสดุที่เกิดจากบ้านเรือน หรือจากธุรกิจ ร้านค้า โรงงาน และสถาบัน ในฐานะผู้ใช้ปลายทางของผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมไม่ได้แล้ว รวมถึงสินค้าที่ถูกส่งคืนจากช่องทางจัดจำหน่าย
- สิ่งที่ไม่นับ: วัสดุอย่าง rework, regrind หรือเศษที่เกิดในกระบวนการหนึ่งและนำกลับมาใช้ในกระบวนการเดียวกันนั้นได้ ไม่นับเป็นเนื้อรีไซเคิล
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก runner ที่โรงงานคุณบดแล้วป้อนกลับเครื่องเดิมเป็นการลดของเสียที่ดี แต่ไม่ใช่เนื้อรีไซเคิล ข้อสอง คำว่า "post-industrial" ทำให้เข้าใจผิดได้ ฟิล์มยืดที่คลังสินค้าแกะทิ้งหลังใช้ห่อพาเลทเป็น post-consumer เพราะคลังสินค้าคือผู้ใช้ปลายทางของฟิล์มนั้น แม้จะมาจากสถานที่อุตสาหกรรม
แหล่งที่มาที่พบบ่อย

| กลุ่ม | ตัวอย่างแหล่ง | ข้อที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| PIR | runner และ sprue จากงานฉีด ขอบฟิล์มและม้วนตกสเปกจากงานรีดฟิล์ม เศษจากงานผลิตฝา ล็อตเม็ดหรือชิ้นงานตกสเปก | เนื้อที่ล้างเครื่อง (purge) ปนสีและเกรด ฟิล์มหลายชั้น (เช่น PE/PA) ที่แยกชนิดไม่ได้ สารเติมแต่งหรือ filler จากชิ้นงานเดิม |
| PCR บรรจุภัณฑ์แข็ง | ขวด HDPE ใส่นมหรือน้ำยา ฝา PP ขวด PET กล่องและถังจากครัวเรือน | ฉลากและกาว ฝาต่างชนิด สิ่งที่เคยบรรจุ ทั้งอาหาร สารซักล้าง และน้ำมัน |
| PCR ชิ้นงานและฟิล์ม | ลัง พาเลท ถังขยะ ฟิล์มยืดและถุงจากคลังสินค้าและร้านค้า ฟิล์มเกษตร | ผ่านแดดและการใช้งานนาน สารกันเสื่อมเหลือน้อย หมึกพิมพ์ ดินทรายและความชื้นในฟิล์ม |
การปนเปื้อนและความแปรปรวน
สองกระแสนี้ต่างกันที่ "ประวัติ" PIR มาจากแหล่งเดียวและยังไม่ผ่านการใช้งาน PCR มาจากผู้ใช้จำนวนมาก ผ่านแดด ความร้อน และสิ่งที่บรรจุมาไม่เท่ากัน ทั้งคู่มาบรรจบกันที่ขั้นรับเข้าและคัดแยก ซึ่งเป็นด่านแรกที่คุณภาพถูกกำหนด
สิ่งที่ทำให้ PCR แปรปรวน
- พลาสติกต่างชนิดปน: PE ใน PP หรือ PP ใน PE จากฝาและฉลาก ไม่ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เปราะและผิวลอก
- ประวัติความร้อนและแดด: สารกันเสื่อมถูกใช้ไปไม่เท่ากัน PP ที่เสื่อมมาก MFI สูงขึ้น ส่วน HDPE อาจเกิดเจล
- สิ่งที่เคยบรรจุ: อาหาร สารซักล้าง น้ำมัน ทิ้งกลิ่นและสารที่ระเหยออกมาตอนหลอม
- สิ่งปนแข็ง: โลหะ ทราย กระดาษ และ filler จากชิ้นงานเดิม ทำให้ตะแกรงตันและค่าเถ้าแกว่ง
- ความชื้น: โดยเฉพาะฟิล์มและเกล็ดหลังล้าง ทำให้เกิดฟองและรอยเงิน
PIR ไม่ได้ปลอดความเสี่ยง ปัญหาที่พบบ่อยคือเกรดปนกัน เช่น เศษ PP homopolymer ปนกับ copolymer หรือสีปน และสารเติมแต่งที่ติดมาจากชิ้นงานเดิม เช่น สารหน่วงไฟหรือ filler ซึ่งอาจไม่ต้องการในชิ้นงานใหม่ ถาม data sheet ของเกรดต้นทางทุกครั้งที่ทำได้
ที่โรงงาน Circular ของ ACS เราตั้งสเปกวัตถุดิบขาเข้าและเกณฑ์รับล็อตร่วมกับลูกค้าก่อนเริ่มผลิต ว่าแหล่งไหนรับได้ ต้องตรวจอะไร และค่าไหนต้องอยู่ในช่วงใด รายละเอียดของขั้นคัดแยกอยู่ที่ การคัดแยกและเตรียมวัตถุดิบ
ตารางเทียบ PIR กับ PCR
| เรื่อง | PIR (pre-consumer) | PCR (post-consumer) |
|---|---|---|
| แหล่งที่มา | เศษจากการผลิตของโรงงานอื่น ยังไม่ผ่านผู้ใช้ | ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ปลายทางทิ้งแล้ว ทั้งบ้านเรือนและธุรกิจ |
| ความนิ่งระหว่างล็อต | สูงกว่า ถ้ามาจากแหล่งเดียวและเกรดเดียว | ต่ำกว่า เปลี่ยนตามแหล่ง ฤดูกาล และผู้รวบรวม |
| ความเสี่ยงการปนเปื้อน | ต่ำถึงกลาง: เกรดหรือสีปน purge ฟิล์มหลายชั้น | กลางถึงสูง: พลาสติกต่างชนิด ฉลาก กาว ดิน โลหะ |
| กลิ่น | มักต่ำ | มักเป็นปัญหา ขึ้นกับสิ่งที่เคยบรรจุและคุณภาพการล้าง |
| สารกันเสื่อมที่เหลือ | ผ่านความร้อนเพิ่มน้อยรอบ | ผ่านการใช้งาน แดด และความร้อนหลายรอบ มักเหลือน้อย |
| ปริมาณที่หาได้ | จำกัด ขึ้นกับการผลิตของโรงงานต้นทาง | มากกว่า แต่ต้องคัดแยกและล้าง |
| งานที่ใช้บ่อย | ชิ้นงานที่ต้องการความนิ่งใกล้เม็ดใหม่ ผสมในงานฉีดและงานรีด | ลัง พาเลท ถังขยะ กระถาง ท่อบางประเภท และบรรจุภัณฑ์ที่เจ้าของแบรนด์กำหนดให้ใช้ PCR |
| สิ่งที่ต้องถามผู้ขาย | ชนิดและเกรดต้นทาง data sheet ของเกรดเดิม สารเติมแต่งที่มีในเนื้อ ปริมาณต่อเดือนที่ได้สม่ำเสมอ | ชนิดของบรรจุภัณฑ์ต้นทาง วิธีคัดแยกและล้าง ผล MFI เถ้า และความชื้นต่อล็อต ตัวอย่างเก็บ และเอกสารแหล่งที่มา |
การอ้างสัดส่วนรีไซเคิลอย่างซื่อตรง
เมื่อชิ้นงานถูกขายพร้อมคำว่า "มีส่วนผสมรีไซเคิล" ตัวเลขนั้นต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ ถ้าตรวจไม่ได้ คำกล่าวอ้างนั้นเสี่ยงเป็น greenwashing ซึ่งเจ้าของแบรนด์และหน่วยงานกำกับในหลายตลาดเริ่มตรวจเข้มขึ้น
- ระบุชนิดให้ชัด: แยก pre-consumer กับ post-consumer ไม่รวมเป็นตัวเลขเดียวโดยไม่บอก
- ระบุฐานการคิด: เป็นเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของอะไร เนื้อพลาสติกในชิ้นงาน หรือทั้งบรรจุภัณฑ์ที่รวมฝาและฉลาก
- มีเอกสารรองรับ: ใบซื้อขายวัตถุดิบ หมายเลขล็อต และบันทึกการผสมของแต่ละล็อต
- ไม่นับ regrind ภายใน ที่ป้อนกลับกระบวนการเดิม
- หลีกเลี่ยงคำกว้าง อย่าง "รักษ์โลก" หรือ "เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" ที่ไม่มีตัวเลขหรือขอบเขตกำกับ และอย่าสับสนระหว่าง "รีไซเคิลได้" (recyclable) กับ "ทำจากวัสดุรีไซเคิล" (recycled content)
ถ้าลูกค้าปลายทางต้องการการรับรองจากบุคคลที่สาม มีระบบ chain of custody เช่น GRS / RCS, ISCC PLUS และ EuCertPlast ซึ่งต้องวางระบบตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ดูความต่างของแต่ละระบบที่ มาตรฐานและการรับรอง
ผสม PIR / PCR กับเม็ดใหม่
โรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้รีไซเคิล 100% แต่ผสมกับเม็ดใหม่เพื่อคุม MFI ความเหนียว และสี หลักที่ควรยึด
- สัดส่วนคงที่: ใช้เครื่องผสมแบบชั่งน้ำหนัก (gravimetric) แทนการตักผสมมือ สัดส่วนที่แกว่งทำให้ MFI ของเนื้อผสมแกว่งตาม
- ประมาณ MFI ของเนื้อผสม: สำหรับพลาสติกชนิดเดียวกัน ใช้กฎผสมแบบลอการิทึมโดยประมาณ log MFIผสม ≈ Σ wi log MFIi (w = สัดส่วนโดยน้ำหนัก) ใช้ได้กับ PP กับ PP หรือ PE กับ PE เท่านั้น ไม่ใช้กับพลาสติกต่างชนิดที่ปนกัน และต้องยืนยันด้วยการวัดจริง
- ระวังการแยกตัวในฮอปเปอร์: เกล็ด (flake) กับเม็ดมีขนาดและความหนาแน่นรวมต่างกัน ไหลไม่เท่ากัน ถ้าเป็นไปได้ใช้รีไซเคิลในรูปเม็ด
- ชดเชยสารกันเสื่อม: ยิ่งสัดส่วนรีไซเคิลสูง ยิ่งต้องเติม additive package มากขึ้น ดูช่วงอ้างอิงที่หน้า เม็ดรีไซเคิล PCR
- บันทึกสัดส่วน PIR / PCR แยกกันต่อล็อต เพื่อใช้ยืนยันคำกล่าวอ้างบนฉลาก
ผลด้านต้นทุนขึ้นกับส่วนต่างราคาเม็ด ต้นทุน package และของเสียที่เปลี่ยนไป ลองใส่ตัวเลขของโรงงานคุณใน เครื่องคิด Cost-in-Use
คำถามที่พบบ่อย
เศษที่โรงงานเราบดแล้วป้อนกลับเครื่องเดิม นับเป็นเนื้อรีไซเคิลได้ไหม
ไม่ได้ ISO 14021 ไม่นับวัสดุที่เกิดในกระบวนการหนึ่งแล้วถูกนำกลับมาใช้ในกระบวนการเดียวกันนั้น เช่น runner หรือชิ้นงานเสียที่บดแล้วป้อนกลับเครื่องเดิม การใช้ regrind แบบนี้ช่วยลดของเสียและต้นทุน แต่ไม่ควรนำไปรวมในตัวเลขสัดส่วนรีไซเคิลบนฉลาก
ฟิล์มยืดห่อพาเลทจากคลังสินค้า เป็น PIR หรือ PCR
ตามนิยามของ ISO 14021 วัสดุที่เกิดจากธุรกิจ ร้านค้า หรือโรงงานในฐานะผู้ใช้ปลายทางของผลิตภัณฑ์ นับเป็น post-consumer ฟิล์มที่ห่อสินค้ามาแล้วถูกแกะทิ้งที่คลังจึงเป็น PCR แม้จะมาจากสถานที่เชิงพาณิชย์ ส่วนขอบฟิล์มที่ตัดทิ้งในโรงงานผลิตฟิล์มเป็น PIR
PIR ดีกว่า PCR เสมอไหม
ไม่เสมอไป PIR มักสะอาดและนิ่งกว่า แต่บางแหล่งมีสารเติมแต่งหรือ filler ติดมาจากชิ้นงานเดิม หรือเป็นฟิล์มหลายชั้นที่แยกชนิดไม่ได้ และเจ้าของแบรนด์บางรายกำหนดให้ใช้ PCR โดยเฉพาะ การเลือกควรดูจากสเปกชิ้นงานและข้อกำหนดของลูกค้าปลายทาง
ผสม PIR กับ PCR ในสูตรเดียวกันแล้วอ้างสัดส่วนรีไซเคิลอย่างไร
ให้แยกตัวเลขของ pre-consumer และ post-consumer และระบุฐานการคิด เช่น เป็นสัดส่วนโดยน้ำหนักของเนื้อพลาสติกในชิ้นงาน พร้อมเก็บเอกสารซื้อขายและบันทึกการผสมของแต่ละล็อตไว้พิสูจน์ ถ้าลูกค้าปลายทางต้องการใบรับรอง chain of custody ต้องทำตามเงื่อนไขของระบบนั้นตั้งแต่ต้นทาง
ข้อควรระวังทางเทคนิค
ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง
ส่งตัวอย่างวัตถุดิบรีไซเคิลให้วิเคราะห์ฟรี
ส่งเม็ดหรือเกล็ด 2–3 ล็อต พร้อมข้อมูลแหล่งที่มาและชิ้นงานที่จะใช้ ทีมเทคนิคช่วยดูว่าควรตรวจอะไร และสูตรควรชดเชยตรงไหน ไม่มีเงื่อนไขซื้อ