เศรษฐกิจหมุนเวียน

จากเกล็ดสู่เม็ด และการตรวจทุกล็อต

เกล็ดที่คัดและล้างแล้วยังใช้ผลิตชิ้นงานไม่ได้ ต้องผ่านการหลอม ไล่ก๊าซ กรอง ตัดเม็ด และผสมให้เป็นล็อตเดียว แล้วตรวจคุณสมบัติก่อนส่ง บทความนี้อธิบายแต่ละขั้นทำอะไร ทำไมต้องมี และควรตรวจอะไรในทุกล็อต

ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 9 นาที

ภาพรวมสายการผลิต

สายรีไซเคิลแบบกลไก (mechanical recycling) ส่วนใหญ่เป็นเครื่องรีดที่ออกแบบมาสำหรับวัตถุดิบที่ไม่สม่ำเสมอ หลักการเหมือนเครื่องรีดทั่วไป (ดู การรีด (Extrusion)) แต่มีสามจุดที่เพิ่มเข้ามา: ช่องไล่ก๊าซสุญญากาศ ระบบกรองพลาสติกหลอมที่เปลี่ยนตะแกรงได้ขณะเดินเครื่อง และไซโลผสมหลังตัดเม็ด

  1. ป้อนและอัด เกล็ดหรือฟิล์มที่ฟูและเบาถูกอัดให้แน่นก่อนเข้าสกรู
  2. หลอม สกรูหลอมและผสมให้เป็นเนื้อเดียว พร้อมเติมสารเติมแต่งตามสูตร
  3. ไล่ก๊าซ ช่องระบายต่อปั๊มสุญญากาศดึงความชื้นและสารระเหยออก
  4. กรอง ตะแกรงดักกระดาษ อะลูมิเนียม ไม้ ยาง และพลาสติกที่ไม่หลอม
  5. ตัดเม็ด พลาสติกหลอมผ่านหน้าดายและถูกตัดเป็นเม็ด แล้วหล่อเย็น
  6. อบแห้งและผสมล็อต สลัดน้ำออก แล้วผสมในไซโลให้คุณสมบัติเฉลี่ยทั้งล็อต
  7. ตรวจ บรรจุ ออกเอกสาร เก็บตัวอย่าง ติดเลขล็อต และออกใบรับรองผลวิเคราะห์ (CoA)
สายผลิตเม็ดรีไซเคิล: เกล็ดลง hopper เข้าสกรูหลอม ช่องระบายต่อปั๊มสุญญากาศดึงความชื้นและสารระเหยออก พลาสติกหลอมไหลผ่านตะแกรงกรองใน screen changer ออกหน้าดาย ใบตัดหมุนตัดเป็นเม็ด แล้วเม็ดถูกอบแห้ง ผสมในไซโล บรรจุพร้อมเลขล็อต เกล็ด (flakes) ปั๊มสุญญากาศ screen changer ป้อน/อัด หลอม ไล่ก๊าซ กรอง ตัดเม็ด เม็ด หลังตัดเม็ด สลัดน้ำ/อบแห้ง → ไซโลผสม (homogenisation) → บรรจุ + เลขล็อต เก็บตัวอย่าง (retain sample) → ตรวจตามสเปก → ใบ CoA
สายผลิตเม็ดรีไซเคิล: ปั๊มสุญญากาศดึงความชื้นและสารระเหยที่ช่องระบาย พลาสติกหลอมผ่านตะแกรงกรองก่อนออกหน้าดาย ใบตัดหมุนตัดเป็นเม็ด (ภาพแสดงหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนจริง และไม่ใช่ผังเครื่องของ ACS)
สายผลิตเม็ดรีไซเคิลในโรงงาน Circular ของ ACS
สายผลิตเม็ดรีไซเคิลที่โรงงาน Circular ของ ACS · ภาพจริงจากโรงงาน ACS
ชุดป้อนวัตถุดิบและมอเตอร์ขับสกรูในโรงงาน Circular ของ ACS
ชุดป้อนวัตถุดิบและมอเตอร์ขับสกรูในโรงงาน Circular ของ ACS · ภาพจริงจากโรงงาน ACS
screen changer หัวดาย และอ่างหล่อเย็นเส้นพลาสติกในโรงงาน Circular ของ ACS
screen changer หัวดาย และอ่างหล่อเย็นเส้นพลาสติกในโรงงาน Circular ของ ACS · ภาพจริงจากโรงงาน ACS

ป้อนและอัดเกล็ด

เม็ดพลาสติกใหม่ไหลลงสกรูได้เอง แต่เกล็ดขวด เศษฟิล์ม และเศษฉีดบดมีความหนาแน่นรวม (bulk density) ต่ำและรูปร่างไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยลง hopper ตรงๆ สกรูจะกินวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ ปริมาณออกและแรงดันแกว่ง ซึ่งส่งต่อไปเป็น MFI และขนาดเม็ดที่แกว่งตาม

  • Force feeder หรือ crammer สกรูหรือใบกวนในกรวยดันเกล็ดลงคอเครื่อง เหมาะกับเกล็ดแข็งที่ไหลไม่ดี
  • Cutter-compactor ถังที่มีใบมีดหมุน ตัดและอัดฟิล์มหรือเส้นใย ความร้อนจากการเสียดสีช่วยอุ่นและไล่ความชื้นผิวบางส่วนก่อนเข้าสกรู
  • เครื่องชั่งป้อน (gravimetric feeder) สำหรับเติมสารเติมแต่งหรือ masterbatch ตามสัดส่วนในสูตร

ขนาดเกล็ดที่สม่ำเสมอและความชื้นผิวที่ต่ำช่วยให้ขั้นนี้นิ่ง จึงต้องคุมตั้งแต่ขั้นบดและล้าง ไม่ใช่มาแก้ที่เครื่องรีด

หลอมและไล่ก๊าซสุญญากาศ

เมื่อพลาสติกหลอมแล้ว สกรูช่วงหนึ่งถูกออกแบบให้แรงดันลดลงเกือบเป็นศูนย์ ร่องสกรูไม่เต็ม พลาสติกหลอมเป็นชั้นบางมีผิวสัมผัสอากาศมาก ตรงนั้นมีช่องระบาย (vent) ต่อกับปั๊มสุญญากาศ ความชื้นและสารระเหยจึงหลุดออกจากเนื้อพลาสติกได้ง่าย

  • ความชื้น น้ำที่ค้างจากการล้างกลายเป็นไอ ถ้าไม่ดึงออกจะเป็นฟองในเม็ดและเกิดรอยเงิน (splay) ที่ชิ้นงาน
  • สารระเหยและกลิ่น ตัวทำละลายจากหมึกพิมพ์ ผลผลิตจากการเสื่อม และสารอินทรีย์ที่ซึมเข้าเนื้อพลาสติกระหว่างใช้งาน ออกได้บางส่วน
  • ก๊าซจากสิ่งปนเปื้อน เช่น เศษกระดาษหรือกาวที่ไหม้ ช่วยลดฟอง แต่ไม่ได้ทำให้สิ่งปนเปื้อนหายไป ยังต้องกรองต่อ

สายที่รับวัตถุดิบพิมพ์ลายหนาหรือมีกลิ่นมากมักมีช่องระบายมากกว่าหนึ่งจุด ปัญหาที่พบคือพลาสติกหลอมดันขึ้นมาที่ช่องระบาย (vent flooding) เมื่อปริมาณป้อนหรือความหนืดไม่เหมาะกับการออกแบบสกรู สิ่งที่ควรรู้คือการไล่ก๊าซลดกลิ่นได้ แต่ไม่ได้ลบกลิ่นทั้งหมดในรอบเดียว การคัดแยกและการล้างที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่า

กรองพลาสติกหลอม

สิ่งที่หลอมไม่ได้ เช่น กระดาษ อะลูมิเนียม ไม้ ยาง ทราย และพลาสติกที่จุดหลอมสูงกว่า (เช่น PET หรือ PA ที่ปนใน PP) ต้องถูกดักไว้ก่อนออกหน้าดาย ไม่งั้นจะเป็นจุดดำ เจล รูในฟิล์ม หรือจุดที่ชิ้นงานแตกง่าย ยิ่งกรองละเอียด จุดยิ่งน้อย แต่แรงดันสูงขึ้น ตะแกรงตันเร็วขึ้น และเสียพลาสติกไปกับสิ่งที่ดักไว้มากขึ้น การเลือกความละเอียดจึงต้องสมดุลกับงานปลายทาง

ระบบกรองทำงานอย่างไรเหมาะกับข้อควรรู้
Screen changer แบบแผ่นเลื่อน (slide plate)เลื่อนตะแกรงชุดใหม่เข้าแทนชุดที่ตันวัตถุดิบค่อนข้างสะอาด เช่น PIRตอนเปลี่ยนแรงดันและการไหลกระตุก อาจเกิดเม็ดผิดสเปกช่วงสั้นๆ
แบบต่อเนื่อง (piston หรือ rotary)มีหลายช่องกรอง เปลี่ยนทีละช่องโดยการไหลไม่หยุด บางแบบมีการไล่ล้างย้อนกลับ (backflush)PCR ที่มีสิ่งปนเปื้อนปานกลางแรงดันนิ่งกว่า แต่ยังต้องเปลี่ยนหรือทำความสะอาดตะแกรงตามรอบ
Laser filter หรือ melt filter แบบขูดทำความสะอาดเองแผ่นกรองเจาะรูละเอียด ใบขูดกวาดสิ่งปนเปื้อนออกจากผิวกรองและระบายออกต่อเนื่องวัตถุดิบที่สิ่งปนเปื้อนสูง เช่น ฟิล์มหลังการใช้งานเดินได้นาน แต่ระบบซับซ้อนกว่า และพลาสติกบางส่วนออกไปพร้อมสิ่งปนเปื้อน

ตัวชี้ที่ดีคือแรงดันก่อนตะแกรง ถ้าแรงดันขึ้นเร็วกว่าปกติ แปลว่าวัตถุดิบล็อตนั้นสกปรกกว่าเดิม ควรบันทึกไว้คู่กับเลขล็อต

ตัดเม็ด 3 แบบ

วิธีทำงานอย่างไรข้อดีข้อจำกัด
Strand pelletising (ตัดเส้น)พลาสติกหลอมออกจากดายเป็นเส้น ผ่านรางน้ำหล่อเย็น แล้วเข้าเครื่องตัดง่าย ลงทุนต่ำ เปลี่ยนเกรดง่ายเส้นขาดบ่อยเมื่อพลาสติกหลอมมีสิ่งปนเปื้อนหรือ melt strength ต่ำ ต้องใช้คนดูแล เม็ดทรงกระบอก
Water-ring pelletising (ตัดหน้าดาย วงน้ำ)ใบมีดตัดที่หน้าดาย เม็ดถูกเหวี่ยงเข้าวงน้ำที่หมุนอยู่รอบห้องตัดกะทัดรัด ไม่มีปัญหาเส้นขาด นิยมกับ PE และ PPไม่เหมาะกับพลาสติกหลอมที่ความหนืดต่ำมากหรือเหนียวติดกัน เม็ดอาจติดกันถ้าหล่อเย็นไม่พอ
Underwater pelletising (ตัดใต้น้ำ)ตัดที่หน้าดายซึ่งจมอยู่ในน้ำไหลเวียนเม็ดกลมสม่ำเสมอ ใช้ได้กับเม็ดหลายชนิดและกำลังผลิตสูงลงทุนและดูแลมากกว่า ช่วงเริ่มเดินเครื่องต้องคุมให้ดี รูดายตันได้

ขนาดและรูปร่างเม็ดมีผลกับลูกค้าโดยตรง เม็ดรีไซเคิลที่ขนาดต่างจากเม็ดใหม่มากจะแยกตัวใน hopper และทำให้การป้อนในเครื่องฉีดหรือเครื่องรีดของลูกค้าไม่นิ่ง

ผสมล็อต อบแห้ง และบรรจุ

แม้วัตถุดิบถูกคัดมาอย่างดี คุณสมบัติของเม็ดที่ออกจากเครื่องยังเปลี่ยนไปตามชั่วโมงที่ผลิต เพราะเกล็ดแต่ละถุงมาจากแหล่งไม่เหมือนกัน วิธีที่ใช้กันคือรวบรวมเม็ดจากการผลิตหลายชั่วโมงไว้ใน ไซโลผสม (homogenising silo) แล้ววนผสมให้ทั้งไซโลมีค่าเฉลี่ยเดียวกัน ทั้งไซโลจึงเป็นหนึ่งล็อต ผลตรวจหนึ่งชุดใช้แทนล็อตได้จริง

  • อบแห้ง หลังตัดเม็ดในน้ำ เครื่องสลัดน้ำแบบเหวี่ยง (centrifugal dryer) ไล่น้ำที่ผิว เม็ดที่มี filler หรือพอลิเมอร์ที่ดูดความชื้นอาจต้องอบเพิ่ม
  • ร่อน แยกเม็ดติดกัน เม็ดยาว และฝุ่นออก
  • บรรจุ ในถุงหรือถุงจัมโบ้ (big bag) ที่กันความชื้น ทุกถุงมีเลขล็อตเดียวกับผลตรวจ

เลขล็อต ตัวอย่างเก็บ และ CoA

ระบบเอกสารคือสิ่งที่ทำให้เม็ดรีไซเคิลตรวจย้อนได้ (traceability) ขั้นต่ำที่ควรมี:

  • เลขล็อต หนึ่งเลขต่อหนึ่งล็อตที่ผสมแล้ว เชื่อมกับวันที่ผลิต แหล่งวัตถุดิบ สูตร และบันทึกเครื่อง เช่น แรงดันก่อนตะแกรง
  • ตัวอย่างเก็บ (retain sample) เก็บไว้จากทุกล็อตตามระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า ใช้ตรวจซ้ำเมื่อมีข้อร้องเรียน
  • ใบรับรองผลวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) ระบุเลขล็อต รายการที่ตรวจ วิธีทดสอบ ค่าที่วัดได้ และช่วงที่ยอมรับได้ตามสเปก

ตรวจอะไรในแต่ละล็อต

ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกรายการทุกล็อต ปกติรายการที่เปลี่ยนเร็วและกระทบเครื่องลูกค้าโดยตรง (MFI ความชื้น สี จุดดำ) ตรวจทุกล็อต ส่วนรายการอื่นตรวจเป็นระยะหรือเมื่อเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบ ทั้งหมดนี้ควรตกลงในสเปก

คุณสมบัติวิธีทดสอบทำไมสำคัญ
MFI / MFRISO 1133 (PP มักใช้ 230 °C / 2.16 kg · PE มักใช้ 190 °C / 2.16 kg)บอกว่าเม็ดจะไหลในเครื่องลูกค้าเหมือนล็อตก่อนหรือไม่ MFI ที่สูงขึ้นผิดปกติมักแปลว่าสายโซ่ถูกตัดจากความร้อนหรือการใช้งาน
ความหนาแน่นISO 1183ชี้สัดส่วน filler และพอลิเมอร์อื่นที่ปน เช่น PE ใน PP หรือพอลิเมอร์ที่หนักกว่าน้ำ
ปริมาณเถ้า (ash)ISO 3451สารอนินทรีย์ที่เหลือหลังเผา: talc, CaCO3, pigment, ดินและทราย กระทบความแข็ง ความหนาแน่น และผิวชิ้นงาน
ความชื้นชั่งน้ำหนักที่หายไปหลังให้ความร้อน หรือ Karl Fischer ตามที่ตกลงความชื้นทำให้เกิดฟองและรอยเงิน (splay) และเร่งการเสื่อมของพอลิเมอร์บางชนิด
DSC (จุดหลอม)ISO 11357พีคหลอมแยกกันบอกการปนของพอลิเมอร์ เช่น PE ใน PP (PE หลอมประมาณ 105–135 °C, PP homopolymer ประมาณ 160–165 °C) หรือ PET และ PA ที่ปน
OITISO 11357-6บอกว่าสารกันเสื่อม (stabiliser) เหลือเท่าไร OIT ต่ำแปลว่าเม็ดเสี่ยงเสื่อมเมื่อขึ้นรูปอีกรอบหรือเมื่อใช้งาน ใช้ตัดสินว่าต้องเติม stabiliser เท่าไร
แรงกระแทกISO 179 (Charpy) หรือ ISO 180 (Izod)จับความเปราะจากการเสื่อมหรือจากการผสม PE กับ PP ที่ไม่เข้ากัน ซึ่ง MFI อย่างเดียวมองไม่เห็น
สี L*a*b*วัดด้วย spectrophotometer เทียบล็อตอ้างอิง (ΔE)เม็ดรีไซเคิลมักมีโทนเทาหรือเหลือง ความต่างของสีระหว่างล็อตทำให้ลูกค้าต้องปรับ masterbatch สีทุกครั้ง
กลิ่นดมโดยคณะผู้ประเมินตามวิธีที่ตกลง (เช่น VDA 270 ในงานยานยนต์)กลิ่นเป็นข้อร้องเรียนอันดับต้นของ PCR และวัดด้วยเครื่องมือธรรมดาไม่ได้
เจลและจุดดำรีดฟิล์มทดสอบหรืออัดแผ่น (plaque) แล้วนับจำนวนต่อพื้นที่ตามขนาดบอกประสิทธิภาพของการกรองและความสะอาดของวัตถุดิบ สำคัญมากกับงานฟิล์มและผิวมัน

การตรวจทำที่ห้องปฏิบัติการของพันธมิตรหรือแล็บภายนอก หรือที่ QC ของลูกค้า แล้วแต่รายการและที่ตกลงกัน เกณฑ์ยอมรับของแต่ละรายการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับลูกค้าแต่ละราย เพราะชิ้นงานต่างกันต้องการช่วงต่างกัน กล่องเกษตรสีดำกับฝาบรรจุภัณฑ์สีอ่อนไม่ควรใช้สเปกเดียวกัน

ส่วนที่ ACS คุม

งานกลุ่ม Circular ผลิตที่โรงงานของ ACS เอง (กำลังการผลิตไม่เกิน 3,000 ตัน/ปี อยู่ระหว่างขยาย) โดยพัฒนาสูตรร่วมกับลูกค้า เม็ด PCR และ rPP compound ใช้แบรนด์ Pure Earth ส่วนสินค้ากลุ่มอื่นผลิตร่วมกับเครือข่ายผู้ผลิตพันธมิตรตามสูตรที่ ACS ออกแบบ ไม่มีปริมาณการผลิตขั้นต่ำ

  • กำหนดสเปกวัตถุดิบเข้าและเกณฑ์ยอมรับล็อตร่วมกับลูกค้า เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ออกแบบสูตร: stabiliser, compatibiliser, สารดูดความชื้นหรือสารลดกลิ่น ตามปัญหาของวัตถุดิบนั้น
  • ให้เลขล็อต เก็บตัวอย่าง และออก CoA ที่ระบุวิธีทดสอบ เพื่อให้ตรวจย้อนได้
  • บอกตรงๆ ว่าเม็ดล็อตใดไม่ผ่านสเปก และงานใดไม่ควรใช้เม็ดรีไซเคิล

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการผลิตและตรวจเม็ดรีไซเคิล

ทำไมเม็ดรีไซเคิลแต่ละล็อตไม่เหมือนกัน แม้ผลิตจากสายเดียวกัน

เพราะวัตถุดิบเข้าไม่เหมือนกันตั้งแต่ต้น เกล็ดจากแหล่งต่างกันมีเกรดเม็ดเดิม สี สิ่งปนเปื้อน และประวัติความร้อนต่างกัน สายการผลิตลดความแปรปรวนได้ด้วยการคัดแยก การปรับสูตร และการผสมล็อตในไซโล แต่ทำให้เป็นศูนย์ไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือกำหนดช่วงที่ยอมรับได้ของแต่ละคุณสมบัติเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วตรวจทุกล็อตเทียบกับช่วงนั้น

ไล่ก๊าซสุญญากาศช่วยลดกลิ่นได้แค่ไหน

ช่วยดึงความชื้นและสารระเหยที่หลุดออกจากพลาสติกหลอมได้ในเวลาสั้นๆ ที่ผ่านช่องระบาย แต่สารที่ซึมลึกเข้าเนื้อพลาสติกระหว่างใช้งาน เช่น น้ำหอม น้ำมัน หรือสารเคมีในบ้าน ออกไม่หมดในรอบเดียว การลดกลิ่นจึงเริ่มตั้งแต่การคัดแยกและการล้าง แล้วจึงไล่ก๊าซ บางงานต้องมีขั้นบำบัดเม็ดเพิ่ม และควรยืนยันด้วยการดมโดยคณะผู้ประเมินตามวิธีที่ตกลงกับลูกค้า

ควรเขียนสเปกเม็ดรีไซเคิลอย่างไร

เลือกเฉพาะคุณสมบัติที่มีผลกับชิ้นงานและเครื่องของคุณ เช่น MFI ความชื้น สี จุดดำ และแรงกระแทก กำหนดเป็นช่วงที่ยอมรับได้ ไม่ใช่ค่าเดียว ระบุวิธีทดสอบและเงื่อนไข เช่น ISO 1133 ที่อุณหภูมิและน้ำหนักกดใด และตกลงว่ารายการใดตรวจทุกล็อต รายการใดตรวจเป็นระยะ

ทำไมต้องเก็บตัวอย่างไว้ทุกล็อต

เมื่อชิ้นงานมีปัญหาในอีกหลายเดือนต่อมา ตัวอย่างเก็บ (retain sample) ของล็อตนั้นคือหลักฐานเดียวที่ใช้ตรวจซ้ำได้ ช่วยแยกว่าปัญหามาจากเม็ด จากกระบวนการขึ้นรูป หรือจากการใช้งาน ระยะเวลาเก็บควรตกลงกันในสเปก

ข้อควรระวังทางเทคนิค

ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง

ส่งสเปกที่ใช้อยู่ หรือเม็ดรีไซเคิลที่มีปัญหามาให้เราดู

ส่งตัวอย่างเม็ดหรือชิ้นงาน พร้อมสเปกและอาการที่พบ เราช่วยดูว่าควรตรวจรายการใดเพิ่ม และควรกำหนดช่วงยอมรับอย่างไร ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีเงื่อนไขซื้อ

อ่านต่อ