ซีรีส์ เครื่องจักรพลาสติก

ไลน์เป่าฟิล์ม (Blown film line)
รีดผ่านดายวงแหวน เป่าลมเป็นฟอง แล้วพับและม้วน

ไลน์เป่าฟิล์มผลิตฟิล์ม PE ทั้งชั้นเดียวและหลายชั้น (3, 5, 7 ชั้น) สำหรับถุง ฟิล์มหด ฟิล์มเกษตร และฟิล์มบรรจุภัณฑ์ หน้านี้เปิดเครื่องทีละหน่วยตั้งแต่ชุดชั่งผสมถึงเครื่องม้วน พร้อมค่า BUR, frost line, layflat วิธีเลือกขนาด และจุดตรวจบำรุงรักษา

ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 15 นาที

ภาพรวมเครื่อง

พลาสติกหลอมจากเครื่องรีดหนึ่งเครื่องหรือหลายเครื่องเข้าดายวงแหวน (annular die) ออกมาเป็นท่อบาง ลมที่อัดเข้าภายในพองท่อเป็นฟอง (bubble) air ring เป่าลมเย็นรอบนอก ฟองเย็นตัวและแข็งที่แนว frost line จากนั้น collapsing frame พับฟองให้แบน nip roll ชุดบนบีบปิดลมไว้ในฟองและดึงฟิล์มขึ้นไป ฟิล์มวิ่งลงผ่าน corona และเครื่องตัดไปยังเครื่องม้วน

ค่าที่ต้องเข้าใจมี 4 ตัว: blow-up ratio (BUR) = เส้นผ่านศูนย์กลางฟอง ÷ เส้นผ่านศูนย์กลางดาย · frost line height = ระยะจากดายถึงแนวที่ฟิล์มแข็งตัว · draw-down ratio (DDR) = ช่องดาย ÷ (ความหนาฟิล์ม × BUR) บอกว่าฟิล์มถูกยืดตามแนวยาวมากแค่ไหน · layflat width = หน้ากว้างของฟองเมื่อพับแบน = π × เส้นผ่านศูนย์กลางดาย × BUR ÷ 2

ไลน์เป่าฟิล์มมุมข้าง: ชุดชั่งผสม เครื่องรีด screen changer ดายวงแหวน air ring ระบบหล่อเย็นภายในฟอง (IBC) bubble cage collapsing frame nip roll เครื่องวัดความหนา corona และเครื่องม้วน พร้อมแนว frost line และสูตร BUR กับ layflat BUR = Ø ฟอง ÷ Ø ดาย layflat = π × Ø ดาย × BUR ÷ 2 frost line Ø ฟอง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ไลน์เป่าฟิล์มแบบเป่าขึ้น มุมข้าง ตัวเลขตรงกับรายการด้านล่าง เครื่องรีดเครื่องที่สองด้านล่างแทนไลน์ co-extrusion (ภาพแสดงหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนจริง)
  1. ชุดชั่งผสม (dosing / blending unit) — มีประจำทุกเครื่องรีด ชั่งเม็ดหลัก เม็ดผสม และ masterbatch ของชั้นนั้น
  2. เครื่องรีด (extruder) — มักเป็นแบบ grooved feed สำหรับ HDPE และ LLDPE ไลน์ co-extrusion มี 3, 5 หรือ 7 เครื่อง
  3. ตัวเปลี่ยนตะแกรง (screen changer) — กรองสิ่งสกปรกและเนื้อที่หลอมไม่หมดก่อนเข้าดาย
  4. ดายวงแหวนแบบ spiral mandrel — แผ่พลาสติกหลอมรอบวงอย่างสม่ำเสมอ บางรุ่นหมุนหรือแกว่งได้
  5. air ring — เป่าลมเย็นรอบนอกฟอง คุมความเสถียรของฟองและความหนารอบวง
  6. ระบบหล่อเย็นภายในฟอง (internal bubble cooling, IBC) — หมุนเวียนลมเย็นในฟอง พร้อมเซนเซอร์คุมขนาดฟอง
  7. bubble cage / calibration basket — ประคองฟองไม่ให้แกว่งและคุมเส้นผ่านศูนย์กลาง
  8. collapsing frame (tent) — พับฟองให้แบนก่อนเข้า nip roll รวม gusseting board สำหรับทำฟิล์มพับข้าง
  9. primary nip rolls และ oscillating haul-off — บีบปิดลมในฟองและดึงฟิล์ม ชุดแกว่งช่วยกระจายแนวหนาบางไม่ให้ซ้อนที่เดิมในม้วน
  10. เครื่องวัดความหนา (thickness gauge) — วัดรอบฟองหรือบนฟิล์มแบน ส่งค่าให้ระบบคุม air ring อัตโนมัติ
  11. corona treater — เพิ่มพลังงานผิวฟิล์มก่อนพิมพ์หรือลามิเนต
  12. เครื่องม้วน (winder) — แบบ contact, gap หรือ turret พร้อมใบมีดตัด (slitting)

ส่วนประกอบทีละหน่วย

ตารางแต่ละหน่วยบอกหน้าที่ สเปกที่ควรดูตอนซื้อหรือตรวจรับ และอาการบนฟิล์มเมื่อชิ้นส่วนสึกหรือเสีย ใช้เทียบใบเสนอราคาหรือไล่ปัญหาหน้างานได้

1. ชุดชั่งผสมและเครื่องรีด

ไลน์ฟิล์ม PE ส่วนใหญ่ใช้เครื่องรีดแบบ grooved feed: ช่วงคอเครื่องมีปลอกเซาะร่องตามแนวยาวที่หล่อเย็นด้วยน้ำ เม็ดถูกยึดกับร่องจึงถูกดันไปข้างหน้าด้วยแรงดันสูงตั้งแต่ช่วงป้อน ปริมาณออกต่อรอบนิ่งและไม่ค่อยขึ้นกับแรงดันที่ดาย เหมาะกับ HDPE และ LLDPE ที่หนืด แต่แรงบิดและการสึกที่ช่วงป้อนสูงกว่าเครื่องคอเรียบ (smooth bore) สกรูงานฟิล์มมักเป็นแบบ barrier ต่อด้วย mixing section ความยาวมักอยู่ราว L/D 24:1 ถึง 30:1 ขึ้นกับรุ่นและเม็ด (ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS)

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
ชุดชั่งผสม (gravimetric / loss-in-weight)ชั่งเม็ดหลายชนิดและ MB ให้แต่ละชั้นตามสูตร บางระบบคุมน้ำหนักต่อเมตร (g/m) ร่วมกับความเร็วสายจำนวนช่องวัตถุดิบ ความละเอียด ความจุ การเชื่อมกับระบบคุมสายสีหรือความลื่นแกว่ง ใช้ MB เกินสูตร ความหนาเฉลี่ยลอย
ช่วงป้อนแบบ grooved feedสร้างแรงดันตั้งแต่ช่วงป้อน ให้ปริมาณออกนิ่งรูปร่างร่อง ระบบน้ำหล่อเย็น ฉนวนกันความร้อนจากกระบอกปริมาณออกตก ร่องสึก เม็ดหลอมติดคอเครื่องเมื่อน้ำหล่อเย็นไม่พอ
สกรู barrier + mixing sectionแยกเนื้อหลอมออกจากเม็ดแข็ง แล้วผสมให้เป็นเนื้อเดียวแบบสกรูที่ออกแบบสำหรับเม็ดที่ใช้ วัสดุและการชุบผิวเจลและเนื้อไม่หลอมเพิ่ม อุณหภูมิหลอมสูงขึ้น ปริมาณออกต่อรอบลด
กระบอกและฮีตเตอร์คุมอุณหภูมิทีละโซนจำนวนโซน การระบายความร้อน ตำแหน่ง thermocoupleโซนคุมไม่อยู่ อุณหภูมิหลอมแกว่ง
มอเตอร์และเกียร์หมุนสกรูด้วยแรงบิดสูงแรงบิดสูงสุด (สำคัญกับ grooved feed) thrust bearingเสียง สั่น น้ำมันร้อน กระแสแกว่ง

2. หน่วยกรองและดายวงแหวน

ดายฟิล์มสมัยใหม่ใช้ spiral mandrel: พลาสติกหลอมถูกแบ่งเข้าหลายช่อง แต่ละช่องวิ่งเป็นเกลียวรอบแกน (mandrel) เกลียวตื้นลงเรื่อยๆ ให้เนื้อหลอมรั่วข้ามสันเกลียวมาผสมกัน จึงกระจายรอบวงได้สม่ำเสมอโดยไม่มีแนวรอยต่อแบบดายรุ่นเก่าที่มีขาค้ำ (spider) ดาย co-extrusion มีชุดเกลียวซ้อนกันตามจำนวนชั้น ช่องดาย (die gap) ที่อ้างกันทั่วไป: LDPE ราว 0.6–1.0 มม. · HDPE ราว 1.0–1.5 มม. · LLDPE กว้างกว่าคือราว 1.5–2.5 มม. เพื่อลดแรงเฉือนและ melt fracture (ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS)

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
screen changerกรองสิ่งสกปรก เจล และเนื้อไม่หลอมพื้นที่กรอง แบบเปลี่ยนไม่หยุดเครื่อง ซีลเจลและตาปลาเพิ่ม แรงดันกระชาก พลาสติกรั่ว
spiral mandrelกระจายเนื้อหลอมรอบวงเส้นผ่านศูนย์กลางดาย จำนวนชั้น การออกแบบสำหรับเม็ดและช่วงปริมาณออก ผิวช่องไหลแนวหนาบางรอบวงที่ปรับไม่หาย จุดอับทำให้เจลและจุดดำ
ปากดาย (die lip) และช่องดายกำหนดความหนาผนังท่อหลอมก่อนเป่าช่องดายที่เปลี่ยนได้ วัสดุและการชุบผิว ระบบตั้งศูนย์ (centering)คราบที่ปากดาย (die build-up) เส้นตามแนวยาว ความหนาไม่เท่ากันรอบวง
ฮีตเตอร์ดายคุมอุณหภูมิดายรอบวงและแต่ละชั้นจำนวนโซน ความสม่ำเสมอรอบวงด้านหนึ่งร้อนกว่า ฟิล์มหนาบางเป็นด้าน
ดายหมุนหรือแกว่ง (rotating / oscillating die)หมุนดายช้าๆ ให้แนวหนาบางกระจายไปทั่วม้วนซีลหมุน ระบบขับ การรั่วซีลรั่ว พลาสติกเสื่อมที่ซีล ปัจจุบันไลน์ใหม่มักใช้ haul-off แกว่งแทน
ภาพตัดขยาย: ดาย spiral mandrel ส่งพลาสติกหลอมผ่านช่องดายวงแหวนขึ้นเป็นผนังฟอง air ring แบบสองลิปเป่าลมเย็นไล่ตามผิวนอกฟอง ท่อ IBC กลางดายส่งลมเย็นเข้าและดึงลมร้อนออกภายในฟอง ฟองขยายจนถึงแนว frost line แล้วเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ Ø ดาย IBC: ลมเย็นเข้า · ลมร้อนออก frost line air ring (2 ลิป) die gap spiral mandrel
เนื้อหลอมขึ้นจากช่องดายเป็นผนังฟอง ลมจาก air ring ไล่ตามผิวนอก IBC หมุนเวียนลมเย็นภายใน ฟองขยายจนถึง frost line แล้วเส้นผ่านศูนย์กลางคงที่ (ภาพแสดงหลักการ)

3. การหล่อเย็นฟอง: air ring, IBC และ bubble cage

ความสามารถในการหล่อเย็นเป็นตัวจำกัดปริมาณออกของไลน์ฟิล์มเกือบทุกไลน์ air ring แบบลิปเดียว (single-lip) เรียบง่าย แบบสองลิป (dual-lip) ให้ลมไหลแนบผิวฟองได้นานขึ้นจึงระบายความร้อนได้มากกว่าและฟองนิ่งกว่า air ring อัตโนมัติแบ่งรอบวงเป็นหลายส่วน (segment) แต่ละส่วนปรับอุณหภูมิหรือปริมาณลมได้ตามค่าจากเครื่องวัดความหนา ส่วน IBC เป่าลมเย็นเข้าและดึงลมร้อนออกจากภายในฟองอย่างต่อเนื่อง จึงหล่อเย็นได้สองด้าน เซนเซอร์ (มักเป็นแบบอัลตราโซนิก) วัดขนาดฟองแล้วปรับสมดุลลมเข้าออกให้ layflat คงที่

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
air ring (single / dual-lip)เป่าลมเย็นรอบนอก คุมรูปทรงฟองและ frost lineแบบลิป ขนาดที่เข้ากับดาย ช่วงปรับลิป ความสม่ำเสมอของลมรอบวงลิปบุบหรือมีคราบ ลมไม่เท่ากันรอบวง ฟองเอียงหรือแกว่ง แนวหนาบาง
air ring อัตโนมัติ (segmented auto-profile)ปรับลมทีละส่วนรอบวงเพื่อแก้ความหนาจำนวน segment ความเร็วตอบสนอง การจับคู่ตำแหน่งกับเครื่องวัดบาง segment ไม่ตอบสนอง โปรไฟล์แกว่ง
พัดลม ไส้กรอง และชุดทำลมเย็น (blower / filter / chiller)จ่ายลมปริมาณและอุณหภูมิคงที่ปริมาณลม แรงดัน การคุมอุณหภูมิลม ไส้กรองไส้กรองตันทำให้ลมลด ปริมาณออกตก ฝุ่นเข้าฟิล์ม
IBC และเซนเซอร์ขนาดฟองหล่อเย็นภายในฟอง คุมเส้นผ่านศูนย์กลางฟองอัตโนมัติปริมาณลมเข้าออก ระบบคุมแบบ closed loop ชนิดเซนเซอร์layflat แกว่ง ฟองพองหรือยุบเป็นจังหวะ เซนเซอร์สกปรกอ่านผิด
bubble cage / calibration basketประคองฟองเหนือ frost line ลดการแกว่งปรับเส้นผ่านศูนย์กลางและความสูงได้ ลูกกลิ้งหรือ air cushion ที่ไม่ขีดฟิล์มรอยขีดบนฟิล์ม ลูกกลิ้งฝืด ฟองแกว่ง

4. ส่วนบนหอ: collapsing frame, nip roll, haul-off, เครื่องวัดความหนา

Collapsing frame พับฟองกลมให้แบนทีละน้อย ถ้ามุมพับหรือแรงเสียดทานไม่สมดุล ฟิล์มจะย่น nip roll ชุดบน (primary nip) เป็นลูกเหล็กคู่กับลูกหุ้มยาง ทำหน้าที่ทั้งบีบปิดลมในฟองและดึงฟิล์ม ความเร็ว nip เทียบกับความเร็วที่หลอมออกจากดายคือตัวกำหนดการยืดตามแนวยาว ไลน์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ oscillating haul-off หมุนชุด nip กลับไปมารอบแกนฟอง แนวหนาบางจึงไม่ซ้อนที่เดิมในม้วน ม้วนจึงเรียบ แต่ไม่ได้ทำให้ฟิล์มสม่ำเสมอขึ้น

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
collapsing frame (tent)พับฟองให้แบนก่อนเข้า nipชนิดแผ่นรอง (ไม้ ลูกกลิ้ง หรือ air cushion) ปรับมุมได้ ความยาวฟิล์มย่น รอยขีด ขอบพับไม่ตรง
gusseting boardsดันข้างฟองเข้าเป็นถุงพับข้างช่วงปรับความลึกพับ ความสมมาตรสองข้างพับข้างไม่เท่ากัน ย่นที่สันพับ
primary nip rollsบีบปิดลมในฟองและดึงฟิล์มหน้ากว้าง ลูกหุ้มยางและความแข็ง แรงบีบ ความขนานลมรั่วจนฟองยุบ ยางเป็นรอยหรือแข็ง ฟิล์มย่นที่ nip
oscillating haul-offหมุนชุดดึงกลับไปมาเพื่อกระจายแนวหนาบางในม้วนมุมหมุน ความเร็ว ลูกกลิ้งนำ (turning bars) ที่ไม่ขีดฟิล์มฟิล์มย่นหรือเลื้อยที่ turning bar รอยขีด
เครื่องวัดความหนา (thickness gauge)วัดความหนารอบฟองหรือบนฟิล์มแบน ส่งค่าให้ air ring หรือดายอัตโนมัติหลักการวัด (capacitive แบบสัมผัสฟอง หรือ beta / X-ray / IR) ความละเอียด การจับคู่ตำแหน่งค่าเลื่อน ไม่ตรงกับไมโครมิเตอร์ ระบบคุมแก้ผิดตำแหน่ง

5. ปลายสาย: corona, slitting, เครื่องม้วน

PE ไม่ได้ treat มีพลังงานผิวราว 31 mN/m (dyne/cm) งานพิมพ์และลามิเนตทั่วไปมักต้องการราว 38–42 mN/m (ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS) corona สร้างประจุไฟฟ้าแรงสูงที่ผิวฟิล์ม ค่าที่ได้ลดลงตามเวลาเก็บ และ slip หรือ antistatic ที่ขึ้นผิวทำให้ค่าลดลงได้ จึงควรวัดซ้ำก่อนพิมพ์

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
corona treaterเพิ่มพลังงานผิวให้หมึกและกาวเกาะกำลังไฟ หน้ากว้าง ชนิด electrode และผิวลูกกลิ้งรอง treat ด้านเดียวหรือสองด้าน ระบบดูดโอโซนค่า dyne ต่ำหรือไม่เท่ากันตามหน้ากว้าง treat ทะลุหลัง (backside treatment) ผิวลูกกลิ้งรองไหม้
ใบมีดตัด (slitting)ตัดขอบหรือแบ่งฟิล์มเป็นหลายม้วนแบบใบมีดโกนหรือใบมีดกลม ระบบตั้งตำแหน่งขอบเป็นฝอย ฝุ่นพลาสติก หน้ากว้างไม่ตรง
เครื่องม้วนแบบ contact / gapcontact: ลูกกดแนบม้วนไล่ลมออก · gap: เว้นช่องเล็กน้อย ลดแรงกดบนฟิล์มที่ไวต่อรอยช่วงแรงตึงและแรงกด ความเร็วสูงสุด เส้นผ่านศูนย์กลางม้วนสูงสุดม้วนแน่นเกินจนฟิล์มติดกัน หลวมจนเลื้อย (telescoping) ลมค้างในม้วน
turret และระบบเปลี่ยนแกนอัตโนมัติตัดและเริ่มม้วนใหม่โดยไม่หยุดสายความเร็วที่เปลี่ยนแกนได้ อัตราเปลี่ยนสำเร็จเปลี่ยนแกนพลาด ฟิล์มพันลูกกลิ้ง ของเสียทุกครั้งที่เปลี่ยน

ประเภทของไลน์

แบบเหมาะกับข้อดีข้อจำกัด
ชั้นเดียว (mono)ถุงทั่วไป ฟิล์มหด ฟิล์มเกษตรพื้นฐานเครื่องน้อย เปลี่ยนงานง่ายสารเติมแต่งต้องใส่ทั้งความหนา แยกสมบัติผิวนอกกับผิวในไม่ได้
3 ชั้น (A/B/C)ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ ฟิล์มที่ต้องการผิวซีลหรือผิวพิมพ์ต่างกันใส่ slip และ antiblock เฉพาะชั้นผิว ใช้ regrind หรือ PCR ชั้นกลางได้ต้องคุมสัดส่วนชั้นและความเข้ากันของเม็ดแต่ละชั้น
5 หรือ 7 ชั้น (barrier)ฟิล์มกั้นก๊าซที่มี EVOH หรือ PA กับชั้นกาว (tie layer)ได้สมบัติกั้นก๊าซ ชั้นบาง ใช้วัสดุแพงน้อยดายและการคุมซับซ้อน รีไซเคิลยากขึ้น เปลี่ยนงานนาน
ฟองต่ำ (pocket) สำหรับ LDPE / LLDPEฟิล์มทั่วไปfrost line ต่ำ หล่อเย็นเร็วไม่เหมาะกับ HDPE ที่ต้องการการเรียงตัวสองทิศ
ฟองคอยาว (high stalk) สำหรับ HDPEฟิล์ม HDPE บาง เช่น ถุงหูหิ้ว ถุงช้อปปิ้งการเรียงตัวสองทิศสมดุล ฟิล์มเหนียวหอต้องสูง ฟองไวต่อลมรบกวน
air ring ลิปเดียว / สองลิป / สองลิป + IBCตามปริมาณออกที่ต้องการสองลิปและ IBC เพิ่มความสามารถหล่อเย็นและความนิ่งระบบซับซ้อนขึ้น ต้องดูแลเซนเซอร์และไส้กรอง
เป่าขึ้น (upward) หรือเป่าลงหล่อเย็นด้วยน้ำ (downward, water-quenched)เป่าขึ้น: PE ทั่วไป · เป่าลง: ฟิล์มที่ต้องการความใสสูงหรือฟิล์ม barrier บางชนิดเป่าลงหล่อเย็นเร็วมาก ผลึกเล็ก ฟิล์มใสเป่าลงเป็นงานเฉพาะทาง เครื่องและการคุมต่างจากไลน์ทั่วไป

เลือกขนาดเครื่องอย่างไร

เริ่มจากฟิล์มที่จะขาย คำนวณย้อนไปหาดาย แล้วจึงหาเครื่องรีดและระบบหล่อเย็น

  1. กำหนดสินค้า layflat หรือหน้ากว้างหลังตัด ช่วงความหนา จำนวนชั้นและสัดส่วน เม็ด และปริมาณต่อเดือน
  2. หาเส้นผ่านศูนย์กลางดายจาก layflat และ BUR layflat = π × Dดาย × BUR ÷ 2 → Dดาย = 2 × layflat ÷ (π × BUR) ตัวอย่าง: layflat 600 มม. ที่ BUR 2.5 → 2 × 600 ÷ (3.14 × 2.5) ≈ 153 มม. ตรวจด้วยว่าดายขนาดนี้ทำ layflat ที่แคบที่สุดและกว้างที่สุดของสินค้าทั้งหมดได้ในช่วง BUR ที่เหมาะ
  3. ช่วง BUR ตามเม็ด LDPE และ LLDPE มักราว 2–3 (ช่วงกว้างราว 1.5–4) · HDPE แบบ high stalk มักราว 3–5 โดยคอฟองยาวราว 6–8 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางดาย
  4. ประเมินปริมาณออกจากเส้นรอบวงดาย ผู้ผลิตเครื่องมักบอก specific output เป็น kg/h ต่อ มม. ของเส้นรอบวงดาย ช่วงอ้างอิงกว้างๆ ราว 0.1–0.5 kg/h·มม. ค่าต่ำคือ air ring ลิปเดียวไม่มี IBC ค่าสูงคือสองลิปร่วมกับ IBC ตัวอย่าง: ดาย 150 มม. เส้นรอบวง ≈ 471 มม. ที่ 0.3 kg/h·มม. → ราว 140 kg/h
  5. หาความเร็วสาย m/min = kg/h ÷ (60 × 2 × layflat (m) × ความหนา (m) × ความหนาแน่น (kg/m³)) ตัวอย่าง: 140 kg/h, layflat 0.6 m, ฟิล์ม 40 µm, ความหนาแน่น 920 → 140 ÷ (60 × 2 × 0.6 × 0.00004 × 920) ≈ 53 m/min แล้วเทียบกับความเร็วสูงสุดของ nip และเครื่องม้วน
  6. ตรวจ die gap และ DDR DDR = die gap ÷ (ความหนาฟิล์ม × BUR) ตัวอย่าง: die gap 2.0 มม. ฟิล์ม 0.04 มม. BUR 2.5 → DDR = 20 ฟิล์มยิ่งบาง DDR ยิ่งสูง การเรียงตัวตามแนวยาวยิ่งมาก
  7. แบ่งเครื่องรีดตามชั้น 3 ชั้นสัดส่วน 1:2:1 → เครื่องผิวแต่ละเครื่อง 25% เครื่องกลาง 50% ของปริมาณรวม ทุกเครื่องต้องเดินนิ่งที่ปริมาณต่ำสุดของงานที่ชั้นบางที่สุด
  8. หอและเครื่องม้วน ความสูงหอต้องพอสำหรับ HDPE high stalk และระยะหล่อเย็น หน้ากว้าง nip และเครื่องม้วนต้องรับ layflat สูงสุด เส้นผ่านศูนย์กลางม้วนสูงสุดต้องตรงกับที่ลูกค้าใช้

ตัวอย่างตัวเลขข้างต้นเป็นการคำนวณเพื่ออธิบายวิธีคิด และเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS

จุดตรวจบำรุงรักษา

ไลน์ฟิล์มมีจุดอันตรายเฉพาะ 3 จุด: nip roll ด้านบนหอและที่เครื่องม้วนซึ่งดึงมือเข้าได้ corona ที่เป็นไฟฟ้าแรงสูงและสร้างโอโซน และการทำงานบนที่สูงของหอ

ความถี่จุดตรวจดูอะไรถ้าละเลยจะเกิดอะไร
ทุกกะการ์ด สวิตช์หยุดฉุกเฉิน interlock ที่ nip roll เครื่องม้วน และฝาครอบ coronaกดทดสอบแล้วหยุดจริง ฝาครอบปิดแล้วไฟแรงสูงตัดจริงมือถูกดึงเข้า nip ไฟดูด
ทุกกะปากดายและลิป air ringคราบ (die build-up) รอยบุบ ฝุ่นที่ลิปเส้นตามแนวยาว แนวหนาบาง คราบหลุดเป็นจุด
ทุกกะความนิ่งของฟองและความสูง frost lineฟองแกว่ง เอียง frost line ขึ้นลง layflat แกว่งความหนาแกว่ง ย่น หน้ากว้างหลุดสเปก
ทุกกะcorona และระบบดูดโอโซนค่า dyne ด้วยปากกาทดสอบ พัดลมดูดทำงานหมึกไม่ติด โอโซนสะสมในพื้นที่ทำงาน
ทุกกะแรงดันก่อนตะแกรงและน้ำหล่อเย็น grooved feedแนวโน้มแรงดัน อุณหภูมิน้ำคอเครื่องตะแกรงแตก เม็ดหลอมติดคอเครื่อง ปริมาณออกตก
รายสัปดาห์ไส้กรองพัดลม air ring และ IBCความสะอาด ความต่างแรงดันคร่อมไส้กรองลมลด ปริมาณออกตก ฝุ่นเข้าฟิล์ม
รายสัปดาห์ยาง nip roll และลูกกลิ้ง bubble cageรอยบาด ยางแข็ง ลูกกลิ้งหมุนลื่นลมรั่วจากฟอง ฟิล์มย่นหรือเป็นรอย
รายสัปดาห์ชุดชั่งผสมและใบมีดตัดตรวจ load cell ความคมใบมีดใช้ MB ผิดสูตร ขอบเป็นฝอย
รายเดือนelectrode และปลอกลูกกลิ้ง coronaคราบ รอยไหม้ รอยทะลุของปลอกtreat ไม่สม่ำเสมอ ปลอกไหม้ทะลุ
รายเดือนเซนเซอร์ IBC และเครื่องวัดความหนาทำความสะอาด standardize เทียบไมโครมิเตอร์layflat และโปรไฟล์ถูกคุมตามค่าที่ผิด
รายเดือนเครื่องม้วนลูกปืน เซนเซอร์แรงตึง เพลาลม (air shaft)ม้วนแน่นไม่เท่ากัน ม้วนเลื้อย
รายปีดายถอดล้าง ขัดช่องเกลียวและปากดาย ตรวจรอยกัดกร่อนแนวหนาบางถาวร เจลและจุดดำจากจุดอับ
รายปีสกรู กระบอก ปลอก grooved feed และเกียร์ระยะห่าง ความลึกร่อง น้ำมันและการสั่นปริมาณออกตก อุณหภูมิหลอมสูง เกียร์เสียหาย
  • ห้ามร้อยฟิล์มหรือแก้ฟิล์มพันที่ nip roll หรือเครื่องม้วนขณะลูกกลิ้งหมุน
  • ห้ามเปิดฝาครอบ corona หรือแตะ electrode ก่อนตัดไฟและรอให้ประจุหมด
  • ห้ามขึ้นทำงานบนหอโดยไม่มีอุปกรณ์กันตก และห้ามยืนใต้จุดที่อาจมีของตก
  • ห้ามซ่อมฮีตเตอร์ ดาย พัดลม หรือเครื่องม้วนโดยไม่ล็อกและติดป้าย (lock-out/tag-out)

การเติม masterbatch และสารเติมแต่งบนเครื่องนี้

Masterbatch เข้าที่ชุดชั่งผสมของแต่ละเครื่องรีด ในฟิล์มหลายชั้นใส่สารเฉพาะชั้นที่ต้องการ แล้วคิด let-down เทียบกับชั้นนั้น เช่น antiblock ที่ชั้นผิวสองด้าน slip ที่ผิวด้านที่ต้องลื่น สาร slip กลุ่ม amide เคลื่อนข้ามชั้นได้ ต้องเผื่อเรื่องนี้เมื่อออกแบบโครงสร้างและเมื่อทำ corona สกรู barrier กับ mixing section ช่วยการกระจายตัว แต่ MB ที่ carrier หลอมไม่เข้ากับเม็ดหลักยังเห็นเป็นเจลหรือริ้วได้

  • Slip และ antiblock slip ลดแรงเสียดทาน antiblock (เช่น silica, talc) สร้างความขรุขระระดับเล็กที่ผิวกันฟิล์มติดกัน ดู ฟิล์มติดกัน ลอกยาก
  • Processing aid (PPA) แก้ผิวหนังฉลามและลดคราบที่ปากดาย PPA ที่ใช้กันมากเป็นกลุ่ม fluoropolymer เคลือบผนังดายซึ่งต้องใช้เวลาสักพักก่อนเห็นผล antiblock และ pigment บางชนิดดูดซับ PPA ไว้ทำให้ได้ผลน้อยลง ด้วยแนวโน้มกฎระเบียบเรื่องสารกลุ่ม PFAS ในหลายตลาด จึงมี PPA ทางเลือกที่ไม่ใช้สารกลุ่มนี้ ต้องทดลองบนสูตรและดายของคุณเอง
  • Antistatic สำหรับฟิล์มบรรจุชิ้นส่วนหรือฟิล์มที่ฝุ่นเกาะ แบบเคลื่อนตัวขึ้นผิวต้องใช้เวลาหลังรีด ดู antistatic masterbatch
  • UV สำหรับฟิล์มเกษตร ฟิล์มโรงเรือนและฟิล์มคลุมดินใช้ HALS และ UV absorber สารเคมีเกษตรที่มีกำมะถันหรือคลอรีนลดประสิทธิภาพ HALS บางชนิดได้ ต้องเลือกเกรดตามการใช้งาน ดู UV masterbatch
  • Anti-fog สำหรับฟิล์มโรงเรือนและฟิล์มห่ออาหาร ทำให้ไอน้ำเกาะเป็นแผ่นบางแทนหยดน้ำ เป็นสารที่เคลื่อนตัวขึ้นผิว จึงสัมพันธ์กับ slip และ corona
  • สี white MB สำหรับถุงทึบ black MB สำหรับฟิล์มคลุมดิน carbon black ที่กระจายตัวดีช่วยกัน UV ได้ด้วย

พูดตรงๆ: แนวหนาบางจากดายไม่ได้ศูนย์หรือ air ring สกปรก ย่นจาก collapsing frame หรือ nip ไม่ขนาน และเจลจากจุดอับในดายหรือสกรูสึก เป็นปัญหาเครื่อง สารเติมแต่งแก้ไม่ได้ เมื่อเทียบสูตร ให้คิดต้นทุนต่อม้วนดี ไม่ใช่ราคาต่อกิโลกรัม ลองใส่ตัวเลขของคุณใน เครื่องคิดต้นทุน ถ้าต้องการให้ช่วยแยกว่าเป็นปัญหาสูตรหรือเครื่อง ทีม ACS ช่วยดูข้อมูลให้ได้

อ่านเรื่องกระบวนการต่อ

หลักการของ BUR และ frost line ในมุมกระบวนการ รวมถึงตัวแปรที่ต้องคุม อยู่ในบทความ การรีด (Extrusion) อาการเสียที่พบบ่อยบนฟิล์ม: เจลและตาปลา · ผิวหนังฉลาม (melt fracture)

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องไลน์เป่าฟิล์ม

ฟิล์มหนาบางเป็นแนวตามความยาว ควรแก้ที่ไหน

ตรวจตามลำดับจากถูกไปแพง: ทำความสะอาดลิป air ring และดูว่าลมออกเท่ากันรอบวง ตรวจอุณหภูมิดายรอบวง ดูว่าดายได้ศูนย์ (centering) และมีคราบที่ปากดายหรือไม่ แล้วจึงตรวจเครื่องวัดความหนาและระบบคุมอัตโนมัติ haul-off แบบแกว่งช่วยให้แนวหนาบางไม่ซ้อนกันในม้วน ม้วนจึงเรียบ แต่ไม่ได้ทำให้ฟิล์มแต่ละจุดสม่ำเสมอขึ้น

ฟองไม่นิ่ง แกว่ง หรือ frost line ขึ้นลง เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือ ลมจาก air ring ไม่คงที่ (ไส้กรองตัน อุณหภูมิลมแกว่ง) ระบบ IBC คุมลมเข้าออกไม่สมดุล ลมภายนอกจากประตูหรือพัดลมในโรงงาน อุณหภูมิหลอมสูงเกิน หรือเม็ดที่ melt strength ต่ำ ลองลดตัวแปรทีละตัว เริ่มจากปิดลมรบกวนและตรวจไส้กรอง แล้วจึงปรับอุณหภูมิหลอมและตำแหน่ง bubble cage

ซื้อไลน์เป่าฟิล์มมือสองต้องตรวจอะไร

ตรวจดาย (รอยขีดหรือกัดกร่อนในช่องเกลียว ปากดาย ระบบตั้งศูนย์) ปลอก grooved feed และสกรู (ร่องสึก ระยะห่าง) ลิป air ring (รอยบุบ) ยาง nip roll และเครื่องม้วน (ระบบแรงตึง การเปลี่ยนแกน) ขอเดินเครื่องด้วยเม็ดและความหนาที่คุณจะผลิตจริง วัดความหนารอบวงและ layflat ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง และตรวจว่าหอสูงพอสำหรับงานที่จะทำ

เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนสูตรบนไลน์ฟิล์มให้เร็ว ต้องทำอย่างไร

เรียงงานจากสีอ่อนไปเข้ม ลดเม็ดค้างในถังและชุดชั่งก่อนเปลี่ยน ใช้เม็ดล้างที่เหมาะกับ PE และอุณหภูมิ ดาย spiral ล้างได้เร็วกว่าดายรุ่นเก่า แต่ยังมีจุดที่สีค้างนาน ถ้าสูตรเดิมมี PPA ผิวดายยังมีชั้น PPA อยู่อีกระยะหนึ่ง และถ้าสูตรใหม่มี antiblock สูงอาจต้องใช้เวลาให้ผลของ PPA คงที่ ควรวัด COF และ dyne ของม้วนแรกหลังเปลี่ยนเสมอ

ข้อควรระวัง

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขเป็นช่วงอ้างอิงทั่วไป การเลือก ติดตั้ง ใช้งาน และซ่อมบำรุงเครื่องจักรต้องยึดคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน

อ่านต่อในซีรีส์