ซีรีส์ เครื่องจักรพลาสติก
เครื่องคอมพาวด์สกรูคู่ (Twin-screw compounding line)
เครื่องที่ผลิต masterbatch และคอมพาวด์
Masterbatch และคอมพาวด์ที่โรงงานฉีดและรีดใช้ เกือบทั้งหมดผ่านเครื่องสกรูคู่แบบหมุนทางเดียวกันมาก่อน บทความนี้เปิดดูเครื่องทีละหน่วยตั้งแต่ feeder ถึงเครื่องตัดเม็ด พร้อมสเปกที่ต้องดู วิธีเลือกขนาด และจุดบำรุงรักษา
ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 14 นาที
ภาพรวมเครื่อง
เครื่องคอมพาวด์ไม่ได้ทำชิ้นงาน หน้าที่ของมันคือรับเม็ดพลาสติก (carrier resin) ผงสี สารเติมแต่ง และ filler มาหลอม ผสม ไล่ก๊าซ แล้วตัดเป็นเม็ดใหม่ที่ทุกเม็ดมีสูตรเท่ากัน ผลผลิตมีสองแบบ คือ masterbatch (สูตรเข้มข้น เติมทีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่เครื่องฉีดหรือเครื่องรีด) และ compound (สูตรพร้อมใช้ เช่น PP ผสม talc หรือ FR PP ที่ใช้ทั้งถุง)
ต่างจากเครื่องรีดสกรูเดี่ยวสามข้อ ข้อแรก สกรูสองแท่งขบกันและหมุนทางเดียวกัน (co-rotating intermeshing) ผิวสกรูปาดกันเอง (self-wiping) เนื้อจึงไม่ค้างนาน ข้อสอง สกรูประกอบจากชิ้นย่อย (screw elements) สวมบนแกนเฟือง จัดลำดับชิ้นใหม่ได้ตามสูตร ข้อสาม เครื่องถูกป้อนแบบไม่เต็มร่อง (starve-fed) feeder เป็นตัวกำหนดปริมาณผลิต ส่วนรอบสกรูกำหนดพลังงานผสม สองค่านี้แยกกันปรับได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่งานผสมใช้เครื่องแบบนี้
- Feeder หลักแบบชั่งน้ำหนัก (loss-in-weight feeder) — ชั่ง hopper ทุกวินาที แล้วปรับรอบ auger ให้ได้ kg/h ตามค่าตั้ง สูตรที่มีหลายวัตถุดิบใช้หลายตัว
- มอเตอร์หลัก (main motor) — ให้กำลังขับ ปรับรอบได้
- Gearbox — ลดรอบ แบ่ง torque ไปสองแกนเท่ากัน และรับแรงดันย้อนจากดายด้วย thrust bearing
- กระบอกแบบท่อน (barrel segments) — ต่อกันหลายท่อน แต่ละท่อนมีฮีตเตอร์และช่องน้ำหล่อเย็นของตัวเอง
- สกรูคู่ (co-rotating screws) — ชิ้นสกรูสวมบนแกนเฟือง เรียงลำดับตามงาน
- Side feeder — สกรูคู่ขนาดเล็กดัน filler หรือใยแก้วเข้าด้านข้างกระบอก หลังพลาสติกหลอมแล้ว
- ช่องระบายอากาศ (atmospheric vent) — ปล่อยอากาศที่ติดมากับผงและ filler
- ช่องสุญญากาศ (vacuum vent) — ดูดความชื้น monomer และสารระเหยออกก่อนถึงดาย ผ่านถังดักไอ (knock-out pot) ไปปั๊ม
- Screen changer และ die plate — กรองสิ่งปนเปื้อน แล้วแบ่งพลาสติกหลอมเป็นเส้น (strand)
- รางน้ำหล่อเย็น (water bath) — ทำให้เส้นแข็งพอจะตัด
- Air knife — เป่าน้ำออกจากผิวเส้นก่อนตัด
- เครื่องตัดเม็ด (strand pelletizer) — ตัดเส้นเป็นเม็ด แล้วส่งต่อไปตะแกรงคัดขนาดและบรรจุ
ส่วนประกอบทีละหน่วย
1. ระบบป้อน (feeding)
ความแม่นของสูตรถูกตัดสินที่ feeder ไม่ใช่ที่สกรู เพราะเครื่องแบบ starve-fed ไม่มีกลไกแก้สัดส่วนที่ป้อนผิด มีสองแนวทางป้อน:
- Premix ผสมทุกอย่างในเครื่องผสม (เช่น high-speed mixer หรือ tumble mixer) แล้วป้อนด้วย feeder ตัวเดียว ง่ายและใช้ feeder น้อย แต่เม็ดกับผงมีขนาดและความหนาแน่นต่างกัน จึงแยกชั้น (segregation) ระหว่างทางได้
- Split feeding ใช้ feeder แยกต่อวัตถุดิบ เช่น เม็ด carrier · premix ของผงสีหรือสารเติมแต่ง · filler ทาง side feeder แม่นกว่าและเปลี่ยนสูตรเร็วกว่า แต่ต้องมี feeder หลายตัว สารที่ใช้สัดส่วนน้อยมากมักผสมกับผงพลาสติกเป็น premix ย่อยก่อน เพื่อให้ feeder ทำงานในช่วงที่แม่น
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับ | อาการเมื่อสึกหรือเสีย |
|---|---|---|---|
| Feeder แบบชั่งน้ำหนัก (loss-in-weight) | ป้อนวัตถุดิบเป็น kg/h คงที่ โดยวัดน้ำหนักที่หายไปต่อเวลาแล้วแก้รอบ auger | ช่วง kg/h ที่ยังแม่น (turndown) · ชนิด auger ให้เหมาะกับเม็ด ผง หรือผงที่ไหลยาก · ความละเอียด load cell · การแยกจากการสั่นของเครื่อง | ค่าป้อนแกว่ง สีหรือค่าทดสอบไม่นิ่งระหว่างกระสอบ ผงเป็นโพรงใน hopper (bridging) |
| ระบบเติม hopper ของ feeder (refill) | เติมวัตถุดิบเข้า hopper ของ feeder เป็นรอบ | ความเร็วเติม · ช่วงที่ feeder หยุดชั่งระหว่างเติม | สูตรเพี้ยนเป็นจังหวะตรงกับรอบเติม |
| Side feeder (side stuffer) | ดัน filler talc แคลเซียมคาร์บอเนต หรือใยแก้ว เข้ากระบอกหลังพลาสติกหลอมแล้ว | ขนาดสกรูต่อปริมาณ filler · การระบายอากาศที่ติดมากับผง · ตำแหน่งบนกระบอก | ผงย้อนออกช่องป้อน ปริมาณ filler จริงต่ำกว่าค่าตั้ง (ค่า ash ไม่ตรง) |
| ปั๊มฉีดของเหลว (liquid injection) | เติมของเหลว เช่น oil หรือสารเติมแต่งชนิดเหลว เข้ากระบอกโดยตรง | ปั๊มแบบชั่งน้ำหนักหรือ positive displacement · หัวฉีดกันย้อน · ตำแหน่งฉีด | หัวฉีดตัน ปริมาณจริงต่างจากค่าตั้ง ผิวเม็ดเยิ้ม |
2. ระบบขับ (drive)
ตัวเลขที่บอกความสามารถของเครื่องสกรูคู่ได้ดีที่สุดคือ specific torque หน่วย Nm/cm³ คือ torque ต่อแกนหารด้วยระยะห่างระหว่างแกนยกกำลังสาม (Md/a³) ใช้เทียบเครื่องต่างขนาดกันได้ เครื่องรุ่นใหม่มักอยู่ราว 10–18 Nm/cm³ เครื่องรุ่นเก่ามักต่ำกว่า ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS torque สูงหมายถึงป้อนได้มากขึ้นที่รอบเท่าเดิม และเดินสูตรหนืดหรือ filler สูงได้โดยไม่ต้องเร่งรอบจนพลาสติกร้อนเกิน
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับ | อาการเมื่อสึกหรือเสีย |
|---|---|---|---|
| มอเตอร์หลัก | ให้กำลังขับสกรู | kW · ช่วงรอบ · ระบบปรับรอบ · การระบายความร้อน | กระแสสูงผิดปกติ มอเตอร์ร้อน เสียงดัง |
| Gearbox | ลดรอบ แบ่ง torque ไปสองแกน รับแรงดันย้อนด้วย thrust bearing | specific torque (Nm/cm³) · torque ต่อแกน · รอบสูงสุด · ระบบน้ำมันและตัวหล่อเย็นน้ำมัน | เสียงหอน อุณหภูมิน้ำมันสูง เศษโลหะในน้ำมัน เครื่องสั่น |
| Safety coupling (torque limiter) | ตัดการส่งกำลังเมื่อ torque เกิน ป้องกันแกนสกรูหักและ gearbox เสียหาย | ค่าที่ตัด · วิธีรีเซ็ต · ระบบ interlock กับมอเตอร์ | ตัดบ่อย แปลว่าสูตรหรือเงื่อนไขชนเพดาน torque หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าเครื่อง |
3. ส่วนหลอมและผสม (process section)
กระบอกทำจากหลายท่อนต่อกัน ความยาวรวมเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางสกรูคือ L/D ท่อนที่มีช่องเปิด (ช่องป้อน side feeder vent) สลับตำแหน่งได้ ส่วนสกรูวัดความลึกร่องด้วย Do/Di คือเส้นผ่านศูนย์กลางนอกหารด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางโคนร่อง ค่าสูงแปลว่าร่องลึก ปริมาตรว่างมาก รับผงฟูหรือ filler ได้มาก แต่แกนเล็กลงจึงรับ torque ได้น้อยลง เครื่องทั่วไปอยู่ราว 1.5–1.8 ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับ | อาการเมื่อสึกหรือเสีย |
|---|---|---|---|
| กระบอกแบบท่อน (barrel segments) | ห่อสกรู คุมอุณหภูมิแยกโซน | จำนวนท่อน (= L/D) · ผิวทนสึกหรือทนกัดกร่อน (เช่น nitrided หรือ bimetallic liner) · ตำแหน่งช่องเปิดที่สลับได้ | ช่องว่างกับสกรูกว้างขึ้น สร้างแรงดันได้น้อยลง อุณหภูมิหลอมสูงขึ้น |
| ฮีตเตอร์และช่องน้ำหล่อเย็น | ให้ความร้อนตอนเริ่มเครื่อง และระบายความร้อนส่วนเกินจากแรงเฉือนตอนเดิน | กำลังฮีตเตอร์ต่อโซน · วาล์วน้ำต่อโซน · ตำแหน่ง thermocouple | โซนคุมไม่อยู่ อุณหภูมิแกว่ง ฮีตเตอร์ขาด ช่องน้ำตันจากตะกรัน |
| แกนสกรู (splined shafts) | ส่ง torque ไปทุกชิ้นสกรู | ชนิดเฟือง · torque ที่แกนรับได้ | เฟืองสึก ถอดชิ้นยาก แกนบิดหรือหักเมื่อ overload |
| ชิ้นสกรู (screw elements) | ลำเลียง หลอม ผสม สร้างแรงดัน | ชนิดชิ้นที่มีให้เลือก · วัสดุทนสึกหรือทนกัดกร่อน · Do/Di | ขอบสกรูและขอบจาน kneading มน ผสมแย่ลง ไล่ก๊าซไม่หมด ผงย้อนที่ side feeder |
| ช่องระบาย (atmospheric vent) | ปล่อยอากาศที่ติดมากับผง | ตำแหน่ง · ขนาดช่อง | ผงพ่นออก เม็ดมีฟอง |
| ช่องสุญญากาศ + vent stuffer + ปั๊ม + ถังดักไอ | ดูดความชื้นและสารระเหย vent stuffer (สกรูคู่เล็กด้านข้าง) ดันพลาสติกหลอมที่จะล้นกลับเข้ากระบอก | ระดับสุญญากาศที่ทำได้ · ขนาดถังดักไอ · ไส้กรองก่อนปั๊ม | พลาสติกหลอมล้นขึ้นช่อง (vent flooding) ท่อตัน ปั๊มเสีย เม็ดมีฟองหรือกลิ่น |
การจัดเรียงชิ้นสกรู (screw configuration)
ชิ้นสกรูแต่ละแบบทำงานต่างกัน การเลือกและเรียงลำดับชิ้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของสูตร ไม่ใช่แค่การตั้งเครื่อง
- ชิ้นลำเลียง (conveying elements) พิตช์ยาวลำเลียงเร็ว ร่องไม่เต็ม ใช้ใต้ช่องป้อนและช่อง vent พิตช์สั้นใช้สร้างแรงดันก่อนดาย
- ชุดนวด (kneading block) จานหลายแผ่นเรียงเหลื่อมกันเป็นมุม (stagger angle) เหลื่อมเดินหน้า 30–60° ยังช่วยลำเลียงและเฉือนปานกลาง · 90° (neutral) ไม่ลำเลียง กักเนื้อและเฉือนมากขึ้น · เหลื่อมถอยหลัง (reverse) ต้านการไหล ทำให้หน้าชุดนวดเต็มร่องและใช้พลังงานสูง
- ความกว้างของจาน จานกว้างเฉือนแรง เน้นตีก้อนให้แตก (dispersive mixing) จานแคบแบ่งและพับกระแสบ่อย เน้นกระจายให้ทั่ว (distributive mixing)
- ชิ้นผสม (mixing elements) แบบมีฟันหรือร่องบาก ผสมแบบกระจายด้วยแรงเฉือนต่ำ เหมาะกับสารที่ไม่ทนแรงเฉือนและใยแก้วที่ไม่ควรถูกตัดสั้น
- ชิ้นถอยหลัง (reverse elements) ใช้เป็นซีลก่อนช่องสุญญากาศ พลาสติกหลอมเต็มร่องตรงนี้จนอากาศจากด้านหลังรั่วเข้ามาไม่ได้
Dispersive คือการตีก้อน (agglomerate) ของผงสีหรือ filler ให้เล็กลง ต้องใช้แรงเฉือนหรือแรงยืดที่สูงกว่าแรงยึดของก้อน Distributive คือการกระจายให้ทั่วโดยไม่ได้ทำให้ก้อนเล็กลง masterbatch ที่ดีต้องได้ทั้งสองอย่าง เวลาที่เนื้ออยู่ในเครื่อง (residence time) สั้น มักอยู่ราว 10–60 วินาที ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS สารที่ไม่ทนความร้อนจึงเสื่อมน้อยกว่าในเครื่องที่เนื้อค้างนาน
4. ปลายเครื่อง: ดายและระบบตัดเม็ด (die and pelletizing)
ระบบตัดเม็ดเลือกตามปริมาณผลิตและวัสดุ แบบตัดเส้น (strand) ลงทุนต่ำและเปลี่ยนสีง่าย จึงพบมากในงาน masterbatch แบบตัดใต้น้ำ (underwater) เหมาะกับปริมาณสูงและวัสดุที่เส้นขาดง่าย แบบตัดหน้าดาย (water-ring หรือ hot-face) ใช้กับงาน filler สูงที่เส้นเปราะ
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับ | อาการเมื่อสึกหรือเสีย |
|---|---|---|---|
| Screen changer | กรองสิ่งปนเปื้อนและเนื้อที่หลอมไม่หมด | แบบเลื่อน (slide plate) หรือแบบต่อเนื่อง · ขนาดตะแกรง (mesh) · แรงดันที่รับได้ | แรงดันก่อนตะแกรงสูงขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณผลิตตก |
| Die plate | แบ่งพลาสติกหลอมเป็นเส้น | จำนวนและขนาดรู · ระบบให้ความร้อน | รูตัน เส้นขาด เส้นหนาบางไม่เท่ากัน คราบที่หน้าดาย (die drool) หลุดเป็นจุดดำ |
| รางน้ำหล่อเย็น | หล่อเย็นเส้นให้แข็งพอตัด | ความยาวราง · อุณหภูมิน้ำ · ลูกกลิ้งกดเส้น | เส้นขาด เม็ดชื้นข้างใน เม็ดเป็นโพรง |
| Air knife | เป่าน้ำออกจากผิวเส้น | แรงลม · ตำแหน่ง | เม็ดเปียก จับตัวเป็นก้อนในถุง |
| Strand pelletizer | ตัดเส้นด้วยใบมีด rotor กับใบมีดตาย (bed knife) | ความเร็วดึงเส้น · ความยาวเม็ด · วัสดุใบมีด | เม็ดมีหาง (tails) ฝุ่น เม็ดคู่ติดกัน เม็ดเฉียง |
| Underwater pelletizer | ตัดที่หน้าดายในน้ำ ได้เม็ดกลม | ระบบน้ำวน · เครื่องปั่นแห้ง (centrifugal dryer) · ขั้นตอนเริ่มเครื่อง | รูดายแข็งตัวตอนเริ่ม (freeze-off) เม็ดหาง เม็ดติดกัน |
| Water-ring / hot-face pelletizer | ตัดที่หน้าดายแล้วสลัดเม็ดลงวงน้ำหรือหล่อเย็นด้วยลม | เหมาะกับวัสดุ · ความเร็วมีด | เม็ดติดกัน ใบมีดสึกเร็วในงาน filler |
| ตะแกรงคัดขนาด (classifier) | แยกเม็ดยาว เม็ดคู่ และฝุ่นออก | ขนาดรูตะแกรง · ความจุ | ฝุ่นและเม็ดผิดขนาดเข้าถุง ลูกค้าป้อนไม่นิ่ง |
| เครื่องอบหรือปั่นแห้ง และระบบบรรจุ | ลดความชื้นผิวเม็ด แล้วชั่งบรรจุ | ความชื้นปลายทาง · ความแม่นของเครื่องชั่ง | เม็ดชื้น ถุงน้ำหนักไม่ตรง |
ประเภทของเครื่อง
| ประเภท | หลักการ | จุดเด่น | ข้อจำกัด | งานที่เหมาะ |
|---|---|---|---|---|
| สกรูคู่หมุนทางเดียวกัน ขบกัน (co-rotating intermeshing) | สกรูปาดกันเอง ชิ้นสกรูเปลี่ยนได้ ป้อนแบบไม่เต็มร่อง รอบสูง | ผสมได้ทั้ง dispersive และ distributive เปลี่ยนสูตรง่าย เนื้อค้างสั้น เติม filler และไล่ก๊าซได้กลางกระบอก | เงินลงทุนและค่าชิ้นสกรูสูงกว่าสกรูเดี่ยว ต้องมี feeder แม่น ชิ้นสกรูสึกต้องติดตาม | masterbatch สีและฟังก์ชัน คอมพาวด์ filler ใยแก้ว FR และการปรับปรุงเม็ดรีไซเคิล |
| สกรูคู่หมุนสวนทาง (counter-rotating) | สกรูขบกันแบบสวนทาง เกิดห้องปิดที่ดันเนื้อไปข้างหน้า รอบต่ำ | ลำเลียงแน่นอน สร้างแรงดันดี แรงเฉือนต่ำ | รอบต่ำ ผสมแบบตีก้อนได้น้อยกว่า | PVC จาก dry blend เช่น ท่อและโปรไฟล์ |
| สกรูเดี่ยว (single-screw) + ส่วนผสม | ป้อนเต็มร่อง ปริมาณผลิตผูกกับรอบสกรู | โครงสร้างง่าย สร้างแรงดันดี | ตีก้อนผงสีไม่ได้ดี ผสมแบบกระจายจำกัด | รีดเม็ดใหม่จาก regrind ที่สะอาด งานที่ใช้วัตถุดิบกระจายตัวมาแล้ว |
| เครื่องผสมแบบปิด (internal mixer) + เครื่องรีดปลาย | ผสมเป็นแบตช์ด้วยโรเตอร์สองตัวในห้องปิด แล้วส่งเข้าเครื่องรีดหรือลูกกลิ้งเพื่อทำเม็ด | แรงเฉือนสูงมาก รับ filler และยางได้มาก | แบตช์ต่อแบตช์แปรปรวน ฝุ่นและงานคนมากกว่า ต้องมีเครื่องทำเม็ดต่อ | ยาง คอมพาวด์ filler สูง masterbatch สีดำบางชนิด |
| เครื่องนวดต่อเนื่องแบบสกรูเดี่ยวชักเข้าออก (reciprocating kneader) | สกรูหมุนพร้อมชักไปมา ผ่านเดือยนวดในกระบอก | แรงเฉือนต่ำและสม่ำเสมอ ผสมกระจายดี | ปริมาณผลิตต่อขนาดต่ำกว่า ต้องมีเครื่องรีดปลายสร้างแรงดัน | คอมพาวด์ PVC สายไฟ งาน filler สูง สารไม่ทนความร้อน |
เลือกขนาดเครื่องอย่างไร
เริ่มจากสูตรที่ยากที่สุดที่ต้องเดิน ไม่ใช่สูตรที่ง่ายที่สุด แล้วไล่ตามลำดับนี้:
- ตั้งเป้า kg/h ต่อสูตร แยกสูตรที่ filler สูง ผงสีกระจายยาก และสูตรที่ต้องไล่ก๊าซมาก เพราะสามกลุ่มนี้กำหนดขนาดเครื่อง
- ดูว่าสูตรชนเพดานอะไรก่อน torque-limited คือ torque เต็มก่อนเพราะต้องใช้พลังงานผสมมาก (masterbatch สี filler สูงในเรซิน MFI ต่ำ) ต้องการ specific torque สูง · volume-limited คือร่องสกรูเต็มก่อนเพราะผงฟู bulk density ต่ำ ต้องการ Do/Di สูง หรือย้าย filler ไป side feeder
- ประเมินกำลัง กำลังที่เพลา (kW) ≈ พลังงานจำเพาะ (specific energy, kWh/kg) × ปริมาณผลิต (kg/h) งาน polyolefin ทั่วไปมักใช้ราว 0.1–0.3 kWh/kg สูตรที่ตีก้อนยากใช้มากกว่า ตัวอย่างคำนวณ: 500 kg/h × 0.2 kWh/kg = 100 kW ที่เพลา แล้วเผื่อสำหรับการสูญเสียและสูตรในอนาคต
- เข้าใจความสัมพันธ์ torque กับรอบ กำลัง (kW) = torque รวม (Nm) × รอบ (rpm) ÷ 9,550 ที่ torque เท่ากัน รอบสูงให้กำลังมากขึ้น แต่ความร้อนจากแรงเฉือนก็สูงขึ้น หลายโรงงานตั้งเป้าเดิน torque ราว 70–90% ของค่าสูงสุด เพื่อเหลือช่องให้การป้อนที่แกว่ง
- ขยายขนาดจากเครื่องทดลอง ปริมาณผลิตเพิ่มตามเส้นผ่านศูนย์กลางยกกำลังราว 2.5–3 (Q₂ = Q₁ × (D₂/D₁)^x) แต่พื้นที่ผิวกระบอกเพิ่มช้ากว่า เครื่องใหญ่จึงระบายความร้อนผ่านกระบอกได้น้อยกว่า อุณหภูมิหลอมต้องตรวจซ้ำหลังขยาย เครื่องพัฒนาสูตรราว 16–30 mm ผลิตได้ระดับไม่กี่ถึงหลายสิบ kg/h เครื่องผลิตราว 40–75 mm อยู่ระดับหลายร้อยถึงหลักพัน kg/h ขึ้นกับสูตร
- เลือก L/D ตามจำนวนโซนที่ต้องใช้ ป้อน หลอม side feed ผสม ไล่ก๊าซ สร้างแรงดัน งาน masterbatch และคอมพาวด์ทั่วไปมัก L/D ราว 32–48 งานที่ไล่สารระเหยมากหรือมีปฏิกิริยาในเครื่องยาวกว่านี้
- ให้ปลายเครื่องรับได้ทัน ความยาวรางน้ำ ขนาดเครื่องตัด ตะแกรงคัด และระบบบรรจุต้องรองรับ kg/h สูงสุด ปลายเครื่องที่เล็กไปจะกลายเป็นคอขวดก่อนสกรู
ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS วิธีที่น่าเชื่อที่สุดคือทดลองสูตรจริงบนเครื่องขนาดใกล้เคียงก่อนตัดสินใจ
จุดตรวจบำรุงรักษา
เครื่องสกรูคู่ไม่ค่อยเสียแบบหยุดทันที แต่เสื่อมช้าๆ จนคุณภาพเม็ดตก วิธีจับได้เร็วคือบันทึก torque แรงดันหน้าดาย และอุณหภูมิหลอมของแต่ละสูตรไว้เป็นค่าฐาน แล้วเทียบทุกครั้งที่เดินสูตรเดิม
| ความถี่ | จุดตรวจ | ดูอะไร | ถ้าละเลยจะเกิดอะไร |
|---|---|---|---|
| ทุกกะ | Feeder ทุกตัว | ค่า kg/h จริงเทียบค่าตั้ง สัญญาณเตือน ผงเป็นโพรง | สูตรเพี้ยนโดยไม่มีใครรู้จนลูกค้าเจอ |
| ทุกกะ | Torque แรงดันหน้าดาย อุณหภูมิหลอม | เทียบค่าฐานของสูตรเดียวกัน | ไม่รู้ว่าสกรูสึกหรือตะแกรงตันจนของเสียมาก |
| ทุกกะ | ช่องสุญญากาศและถังดักไอ | ค่าสุญญากาศ ระดับของเหลวในถัง พลาสติกล้นช่อง | เม็ดมีฟองหรือกลิ่น ปั๊มเสีย |
| ทุกกะ | หน้าดาย รางน้ำ air knife | รูตัน คราบหน้าดาย อุณหภูมิและระดับน้ำ | เม็ดขนาดไม่เท่ากัน จุดดำ เม็ดชื้น |
| ทุกกะ | ความปลอดภัย | ฝาครอบเครื่องตัดเม็ดและ interlock ปุ่มหยุดฉุกเฉิน ถุงมือและหน้ากากกันพลาสติกหลอม | มือเข้าใบมีด แผลไหม้จากพลาสติกหลอมที่พุ่งจากดายหรือช่อง vent |
| รายสัปดาห์ | ใบมีดเครื่องตัดเม็ด | ความคม ระยะห่าง rotor กับ bed knife | เม็ดมีหาง ฝุ่นมาก |
| รายสัปดาห์ | ท่อสุญญากาศ ไส้กรอง ตะแกรงคัดขนาด | คราบสะสม การอุดตัน | สุญญากาศไม่ถึง ฝุ่นเข้าถุง |
| รายสัปดาห์ | ฝุ่นรอบ feeder และจุดผสม | ระบบดูดฝุ่นทำงาน พื้นและโครงเครื่องไม่มีผงสะสม | ผงปนข้ามสูตร ความเสี่ยงฝุ่นติดไฟ |
| รายเดือน | สอบเทียบ feeder | ทดสอบ load cell ด้วยตุ้มน้ำหนัก และเก็บตัวอย่างตามเวลามาชั่ง (catch test) | feeder คลาดโดยที่หน้าจอยังแสดงค่าตรง |
| รายเดือน | Gearbox | ระดับและอุณหภูมิน้ำมัน ไส้กรอง ตัวหล่อเย็นน้ำมัน ส่งน้ำมันวิเคราะห์ตามรอบ | bearing หรือเฟืองเสียหาย หยุดเครื่องนาน |
| รายเดือน | ระบบน้ำหล่อเย็นกระบอก ฮีตเตอร์ thermocouple | วาล์วน้ำต่อโซน ตะกรัน ฮีตเตอร์ขาด | โซนคุมไม่อยู่ เนื้อร้อนเกิน |
| รายปี หรือตามชั่วโมงที่ผู้ผลิตกำหนด | วัดการสึกของสกรูและกระบอก | ถอดสกรู วัดเส้นผ่านศูนย์กลางนอกของชิ้นสกรูและขอบจาน kneading วัดรูกระบอกหลายจุดด้วย bore gauge เทียบค่าเครื่องใหม่ | ผสมแย่ลง ผงย้อนที่ side feeder vent flooding อุณหภูมิหลอมสูงขึ้น |
| รายปี หรือตามชั่วโมงที่ผู้ผลิตกำหนด | น้ำมัน gearbox coupling safety coupling | เปลี่ยนน้ำมัน ตรวจ alignment ทดสอบการตัดของ safety coupling และ interlock | แกนสกรูหักเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม |
| ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง | Lock-out/tag-out (LOTO) | ตัดและล็อกไฟมอเตอร์และฮีตเตอร์ ระบายแรงดันก่อนเปิดดายหรือ screen changer ห้ามยืนหน้าดายตอนเริ่มเครื่อง | พลาสติกหลอมที่ค้างแรงดันพุ่งออก สกรูหมุนขณะมือยังอยู่ในเครื่อง |
การเติม masterbatch และสารเติมแต่งบนเครื่องนี้
บนเครื่องนี้ masterbatch ไม่ได้ถูกเติม แต่ถูกผลิต คุณภาพที่ผู้ใช้ปลายทางเห็นจึงเริ่มที่นี่ ตำแหน่งที่สารเข้าเครื่องมีผลมาก: เม็ดและผงสีเข้าที่ช่องป้อนหลักเพื่อผ่านชุดนวดเต็มระยะ filler และใยแก้วเข้าทาง side feeder หลังพลาสติกหลอมแล้ว เพื่อลดการสึกของสกรูและไม่ตัดใยแก้วให้สั้น สารที่ระเหยง่ายหรือไม่ทนความร้อนเติมช้าลงตามความยาวกระบอก หรือคุมอุณหภูมิโซนให้ต่ำ
การกระจายตัวกับ let-down ratio masterbatch ที่เข้มข้นใช้ let-down ต่ำ ประหยัดต่อชิ้นงาน แต่แต่ละเม็ดต้องไปกระจายในเม็ดหลักจำนวนมากบนเครื่องฉีดหรือเครื่องรีดสกรูเดี่ยว ซึ่งผสมได้น้อยกว่าเครื่องสกรูคู่มาก ถ้าก้อนผงสีหรือสารเติมแต่งไม่ถูกตีให้แตกตั้งแต่ตอนผลิต จะเห็นเป็นเส้นสี จุด เจลในฟิล์ม หรือผล UV และ antistatic ที่ไม่นิ่งระหว่างชิ้น การวัดการกระจายตัวที่ใช้กันมีทั้งการรีดฟิล์มแล้วนับจุด และ filter pressure value ตาม EN 13900-5 masterbatch ฟังก์ชันส่วนใหญ่เติมราว 0.5–3% ส่วนสาร FR ต้องเติมสูงระดับ 20–30% ค่าอ้างอิงทั่วไปในอุตสาหกรรม ต้องยืนยันด้วยการทดลองจริงบนเครื่องของคุณ อ่านวิธีคิดต้นทุนของ let-down ได้ที่ ทำไม masterbatch ที่แพงกว่าอาจถูกกว่า และลองตัวเลขของคุณเองใน เครื่องคิดต้นทุนต่อชิ้นงานดี
ทำไมการจ้างผลิต (toll compounding) จึงใช้ได้ สิ่งที่ทำให้ masterbatch สองล็อตต่างกันคือสูตร ลำดับการป้อน ตำแหน่งป้อน การจัดเรียงสกรู และอุณหภูมิแต่ละโซน ไม่ใช่ตัวเครื่อง ถ้าข้อกำหนดเหล่านี้ถูกเขียนไว้ชัดและคุมตามจริง สูตรเดียวกันเดินบนไลน์สกรูคู่ที่สเปกใกล้กันได้ผลใกล้กัน ACS ใช้โมเดลนี้: ออกแบบสูตรและเงื่อนไขการผลิต แล้วผลิตบนไลน์สกรูคู่ของผู้ผลิตพันธมิตร ส่วนเม็ดรีไซเคิลกลุ่ม Circular ผลิตในโรงงานของบริษัทเอง (ดูกระบวนการผลิตเม็ดรีไซเคิล) รายการสินค้าอยู่ที่ สินค้าและ TDS
ปัญหาที่สารเติมแต่งแก้ไม่ได้ จุดดำจากเนื้อไหม้ที่ค้างในชิ้นสกรูสึกหรือคราบหน้าดาย เม็ดมีฟองเพราะช่องสุญญากาศตัน และสูตรเพี้ยนเพราะ feeder ไม่ได้สอบเทียบ เป็นเรื่องเครื่องทั้งหมด ต้องแก้ที่เครื่อง การเพิ่ม antioxidant หรือเปลี่ยน carrier ช่วยได้แค่บางส่วนและซ่อนอาการไว้เท่านั้น
ลิงก์ไปบทความกระบวนการ
เครื่องคอมพาวด์คือเครื่องรีดแบบพิเศษ หลักการหลอมด้วยสกรู ดาย และการหล่อเย็นอธิบายไว้ใน การรีด (Extrusion) ถ้าปัญหาที่เห็นอยู่ที่ชิ้นงานปลายทาง ดู จุดดำ · เส้นสี สีไม่สม่ำเสมอ · เจล ตาปลา
FAQ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเครื่องคอมพาวด์สกรูคู่
ซื้อเครื่องสกรูคู่มือสองต้องดูอะไร
ขอประวัติการวัดการสึกของสกรูและกระบอก ตรวจ gearbox ด้วยการฟังเสียงและส่งน้ำมันวิเคราะห์ ดู specific torque เพราะเครื่องรุ่นเก่ามักต่ำกว่า นับชิ้นสกรูอะไหล่ที่ได้มาด้วย ตรวจว่า feeder ยังสอบเทียบได้และระบบควบคุมยังหาอะไหล่ได้ แล้วขอเดินสูตรที่ยากที่สุดของคุณบนเครื่องจริงก่อนตกลง
รู้ได้อย่างไรว่าสกรูและกระบอกสึกแล้ว
เทียบกับค่าฐานของสูตรเดิมที่รอบและ kg/h เท่ากัน อาการที่พบคืออุณหภูมิหลอมสูงขึ้น แรงดันหน้าดายแกว่ง ผงย้อนที่ side feeder พลาสติกล้นช่องสุญญากาศ และการกระจายตัวแย่ลง เมื่อเห็นหลายอาการพร้อมกันให้ถอดสกรูวัดเทียบค่าเครื่องใหม่
ทำไมเร่งรอบสกรูแล้วเม็ดเหลืองหรือมีกลิ่น
รอบที่สูงขึ้นเพิ่มความร้อนจากแรงเฉือน อุณหภูมิหลอมจริงจึงสูงกว่าค่าตั้งของกระบอกได้มาก แม้เวลาค้างในเครื่องจะสั้นลง ให้วัดอุณหภูมิหลอมที่ดายด้วย melt probe แล้วปรับรอบ การจัดเรียงสกรู หรืออุณหภูมิโซน antioxidant ช่วยได้บางส่วนแต่ไม่แก้ต้นเหตุ
เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนสูตรบนเครื่องสกรูคู่ให้เร็วทำอย่างไร
วางลำดับการผลิตจากสีอ่อนไปสีเข้ม ล้างด้วย carrier resin หรือ purging compound ทำความสะอาด feeder ช่อง vent และหน้าดาย เปลี่ยนตะแกรง และถ้าทำได้ ให้แยกไลน์สำหรับสีดำกับสีขาว เครื่องที่สกรูปาดกันเองเปลี่ยนสูตรได้เร็วกว่าเครื่องที่มีจุดอับ
ข้อควรระวัง
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขเป็นช่วงอ้างอิงทั่วไป การเลือก ติดตั้ง ใช้งาน และซ่อมบำรุงเครื่องจักรต้องยึดคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน
ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง