ซีรีส์ เครื่องจักรพลาสติก

เครื่องคอมพาวด์สกรูคู่ (Twin-screw compounding line)
เครื่องที่ผลิต masterbatch และคอมพาวด์

Masterbatch และคอมพาวด์ที่โรงงานฉีดและรีดใช้ เกือบทั้งหมดผ่านเครื่องสกรูคู่แบบหมุนทางเดียวกันมาก่อน บทความนี้เปิดดูเครื่องทีละหน่วยตั้งแต่ feeder ถึงเครื่องตัดเม็ด พร้อมสเปกที่ต้องดู วิธีเลือกขนาด และจุดบำรุงรักษา

ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 14 นาที

ภาพรวมเครื่อง

เครื่องคอมพาวด์ไม่ได้ทำชิ้นงาน หน้าที่ของมันคือรับเม็ดพลาสติก (carrier resin) ผงสี สารเติมแต่ง และ filler มาหลอม ผสม ไล่ก๊าซ แล้วตัดเป็นเม็ดใหม่ที่ทุกเม็ดมีสูตรเท่ากัน ผลผลิตมีสองแบบ คือ masterbatch (สูตรเข้มข้น เติมทีละไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่เครื่องฉีดหรือเครื่องรีด) และ compound (สูตรพร้อมใช้ เช่น PP ผสม talc หรือ FR PP ที่ใช้ทั้งถุง)

ต่างจากเครื่องรีดสกรูเดี่ยวสามข้อ ข้อแรก สกรูสองแท่งขบกันและหมุนทางเดียวกัน (co-rotating intermeshing) ผิวสกรูปาดกันเอง (self-wiping) เนื้อจึงไม่ค้างนาน ข้อสอง สกรูประกอบจากชิ้นย่อย (screw elements) สวมบนแกนเฟือง จัดลำดับชิ้นใหม่ได้ตามสูตร ข้อสาม เครื่องถูกป้อนแบบไม่เต็มร่อง (starve-fed) feeder เป็นตัวกำหนดปริมาณผลิต ส่วนรอบสกรูกำหนดพลังงานผสม สองค่านี้แยกกันปรับได้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่งานผสมใช้เครื่องแบบนี้

ไลน์คอมพาวด์สกรูคู่จากซ้ายไปขวา: มอเตอร์และ gearbox ขับสกรูคู่ในกระบอกแบบท่อน feeder แบบชั่งน้ำหนักป้อนเม็ดและสารเติมแต่งที่ช่องป้อนหลัก side feeder ป้อน filler กลางกระบอก มีช่องระบายและช่องสุญญากาศ พลาสติกหลอมออกจาก die plate เป็นเส้น ผ่านรางน้ำ air knife และเครื่องตัดเม็ด เม็ด + สารเติมแต่ง filler / ใยแก้ว ไปปั๊มสุญญากาศ เม็ด → คัดขนาด → บรรจุ ฮีตเตอร์ (heater bands) พลาสติกหลอม / เส้น (strand) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
ไลน์คอมพาวด์สกรูคู่แบบตัดเส้น (strand pelletizing) ตัวเลขตรงกับรายการด้านล่าง (ภาพแสดงหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนจริง)
  1. Feeder หลักแบบชั่งน้ำหนัก (loss-in-weight feeder) — ชั่ง hopper ทุกวินาที แล้วปรับรอบ auger ให้ได้ kg/h ตามค่าตั้ง สูตรที่มีหลายวัตถุดิบใช้หลายตัว
  2. มอเตอร์หลัก (main motor) — ให้กำลังขับ ปรับรอบได้
  3. Gearbox — ลดรอบ แบ่ง torque ไปสองแกนเท่ากัน และรับแรงดันย้อนจากดายด้วย thrust bearing
  4. กระบอกแบบท่อน (barrel segments) — ต่อกันหลายท่อน แต่ละท่อนมีฮีตเตอร์และช่องน้ำหล่อเย็นของตัวเอง
  5. สกรูคู่ (co-rotating screws) — ชิ้นสกรูสวมบนแกนเฟือง เรียงลำดับตามงาน
  6. Side feeder — สกรูคู่ขนาดเล็กดัน filler หรือใยแก้วเข้าด้านข้างกระบอก หลังพลาสติกหลอมแล้ว
  7. ช่องระบายอากาศ (atmospheric vent) — ปล่อยอากาศที่ติดมากับผงและ filler
  8. ช่องสุญญากาศ (vacuum vent) — ดูดความชื้น monomer และสารระเหยออกก่อนถึงดาย ผ่านถังดักไอ (knock-out pot) ไปปั๊ม
  9. Screen changer และ die plate — กรองสิ่งปนเปื้อน แล้วแบ่งพลาสติกหลอมเป็นเส้น (strand)
  10. รางน้ำหล่อเย็น (water bath) — ทำให้เส้นแข็งพอจะตัด
  11. Air knife — เป่าน้ำออกจากผิวเส้นก่อนตัด
  12. เครื่องตัดเม็ด (strand pelletizer) — ตัดเส้นเป็นเม็ด แล้วส่งต่อไปตะแกรงคัดขนาดและบรรจุ

ส่วนประกอบทีละหน่วย

1. ระบบป้อน (feeding)

ความแม่นของสูตรถูกตัดสินที่ feeder ไม่ใช่ที่สกรู เพราะเครื่องแบบ starve-fed ไม่มีกลไกแก้สัดส่วนที่ป้อนผิด มีสองแนวทางป้อน:

  • Premix ผสมทุกอย่างในเครื่องผสม (เช่น high-speed mixer หรือ tumble mixer) แล้วป้อนด้วย feeder ตัวเดียว ง่ายและใช้ feeder น้อย แต่เม็ดกับผงมีขนาดและความหนาแน่นต่างกัน จึงแยกชั้น (segregation) ระหว่างทางได้
  • Split feeding ใช้ feeder แยกต่อวัตถุดิบ เช่น เม็ด carrier · premix ของผงสีหรือสารเติมแต่ง · filler ทาง side feeder แม่นกว่าและเปลี่ยนสูตรเร็วกว่า แต่ต้องมี feeder หลายตัว สารที่ใช้สัดส่วนน้อยมากมักผสมกับผงพลาสติกเป็น premix ย่อยก่อน เพื่อให้ feeder ทำงานในช่วงที่แม่น
ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
Feeder แบบชั่งน้ำหนัก (loss-in-weight)ป้อนวัตถุดิบเป็น kg/h คงที่ โดยวัดน้ำหนักที่หายไปต่อเวลาแล้วแก้รอบ augerช่วง kg/h ที่ยังแม่น (turndown) · ชนิด auger ให้เหมาะกับเม็ด ผง หรือผงที่ไหลยาก · ความละเอียด load cell · การแยกจากการสั่นของเครื่องค่าป้อนแกว่ง สีหรือค่าทดสอบไม่นิ่งระหว่างกระสอบ ผงเป็นโพรงใน hopper (bridging)
ระบบเติม hopper ของ feeder (refill)เติมวัตถุดิบเข้า hopper ของ feeder เป็นรอบความเร็วเติม · ช่วงที่ feeder หยุดชั่งระหว่างเติมสูตรเพี้ยนเป็นจังหวะตรงกับรอบเติม
Side feeder (side stuffer)ดัน filler talc แคลเซียมคาร์บอเนต หรือใยแก้ว เข้ากระบอกหลังพลาสติกหลอมแล้วขนาดสกรูต่อปริมาณ filler · การระบายอากาศที่ติดมากับผง · ตำแหน่งบนกระบอกผงย้อนออกช่องป้อน ปริมาณ filler จริงต่ำกว่าค่าตั้ง (ค่า ash ไม่ตรง)
ปั๊มฉีดของเหลว (liquid injection)เติมของเหลว เช่น oil หรือสารเติมแต่งชนิดเหลว เข้ากระบอกโดยตรงปั๊มแบบชั่งน้ำหนักหรือ positive displacement · หัวฉีดกันย้อน · ตำแหน่งฉีดหัวฉีดตัน ปริมาณจริงต่างจากค่าตั้ง ผิวเม็ดเยิ้ม

2. ระบบขับ (drive)

ตัวเลขที่บอกความสามารถของเครื่องสกรูคู่ได้ดีที่สุดคือ specific torque หน่วย Nm/cm³ คือ torque ต่อแกนหารด้วยระยะห่างระหว่างแกนยกกำลังสาม (Md/a³) ใช้เทียบเครื่องต่างขนาดกันได้ เครื่องรุ่นใหม่มักอยู่ราว 10–18 Nm/cm³ เครื่องรุ่นเก่ามักต่ำกว่า ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS torque สูงหมายถึงป้อนได้มากขึ้นที่รอบเท่าเดิม และเดินสูตรหนืดหรือ filler สูงได้โดยไม่ต้องเร่งรอบจนพลาสติกร้อนเกิน

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
มอเตอร์หลักให้กำลังขับสกรูkW · ช่วงรอบ · ระบบปรับรอบ · การระบายความร้อนกระแสสูงผิดปกติ มอเตอร์ร้อน เสียงดัง
Gearboxลดรอบ แบ่ง torque ไปสองแกน รับแรงดันย้อนด้วย thrust bearingspecific torque (Nm/cm³) · torque ต่อแกน · รอบสูงสุด · ระบบน้ำมันและตัวหล่อเย็นน้ำมันเสียงหอน อุณหภูมิน้ำมันสูง เศษโลหะในน้ำมัน เครื่องสั่น
Safety coupling (torque limiter)ตัดการส่งกำลังเมื่อ torque เกิน ป้องกันแกนสกรูหักและ gearbox เสียหายค่าที่ตัด · วิธีรีเซ็ต · ระบบ interlock กับมอเตอร์ตัดบ่อย แปลว่าสูตรหรือเงื่อนไขชนเพดาน torque หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าเครื่อง

3. ส่วนหลอมและผสม (process section)

กระบอกทำจากหลายท่อนต่อกัน ความยาวรวมเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางสกรูคือ L/D ท่อนที่มีช่องเปิด (ช่องป้อน side feeder vent) สลับตำแหน่งได้ ส่วนสกรูวัดความลึกร่องด้วย Do/Di คือเส้นผ่านศูนย์กลางนอกหารด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางโคนร่อง ค่าสูงแปลว่าร่องลึก ปริมาตรว่างมาก รับผงฟูหรือ filler ได้มาก แต่แกนเล็กลงจึงรับ torque ได้น้อยลง เครื่องทั่วไปอยู่ราว 1.5–1.8 ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
กระบอกแบบท่อน (barrel segments)ห่อสกรู คุมอุณหภูมิแยกโซนจำนวนท่อน (= L/D) · ผิวทนสึกหรือทนกัดกร่อน (เช่น nitrided หรือ bimetallic liner) · ตำแหน่งช่องเปิดที่สลับได้ช่องว่างกับสกรูกว้างขึ้น สร้างแรงดันได้น้อยลง อุณหภูมิหลอมสูงขึ้น
ฮีตเตอร์และช่องน้ำหล่อเย็นให้ความร้อนตอนเริ่มเครื่อง และระบายความร้อนส่วนเกินจากแรงเฉือนตอนเดินกำลังฮีตเตอร์ต่อโซน · วาล์วน้ำต่อโซน · ตำแหน่ง thermocoupleโซนคุมไม่อยู่ อุณหภูมิแกว่ง ฮีตเตอร์ขาด ช่องน้ำตันจากตะกรัน
แกนสกรู (splined shafts)ส่ง torque ไปทุกชิ้นสกรูชนิดเฟือง · torque ที่แกนรับได้เฟืองสึก ถอดชิ้นยาก แกนบิดหรือหักเมื่อ overload
ชิ้นสกรู (screw elements)ลำเลียง หลอม ผสม สร้างแรงดันชนิดชิ้นที่มีให้เลือก · วัสดุทนสึกหรือทนกัดกร่อน · Do/Diขอบสกรูและขอบจาน kneading มน ผสมแย่ลง ไล่ก๊าซไม่หมด ผงย้อนที่ side feeder
ช่องระบาย (atmospheric vent)ปล่อยอากาศที่ติดมากับผงตำแหน่ง · ขนาดช่องผงพ่นออก เม็ดมีฟอง
ช่องสุญญากาศ + vent stuffer + ปั๊ม + ถังดักไอดูดความชื้นและสารระเหย vent stuffer (สกรูคู่เล็กด้านข้าง) ดันพลาสติกหลอมที่จะล้นกลับเข้ากระบอกระดับสุญญากาศที่ทำได้ · ขนาดถังดักไอ · ไส้กรองก่อนปั๊มพลาสติกหลอมล้นขึ้นช่อง (vent flooding) ท่อตัน ปั๊มเสีย เม็ดมีฟองหรือกลิ่น

การจัดเรียงชิ้นสกรู (screw configuration)

ชิ้นสกรูแต่ละแบบทำงานต่างกัน การเลือกและเรียงลำดับชิ้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของสูตร ไม่ใช่แค่การตั้งเครื่อง

การจัดเรียงชิ้นสกรูตามความยาวกระบอก: ลำเลียงใต้ช่องป้อนหลัก ชุด kneading และชิ้นถอยหลังสำหรับหลอม ลำเลียงใต้ side feed ชิ้นผสมแบบกระจาย ชิ้นถอยหลังปิดก่อนช่องสุญญากาศ ลำเลียงพิตช์ยาวใต้ช่องไล่ก๊าซ และพิตช์สั้นสร้างแรงดันก่อนดาย แถบล่างแสดงตำแหน่งที่สกรูเต็มร่อง ป้อนหลัก side feed สุญญากาศ ลำเลียง หลอม (kneading) ลำเลียง ผสมกระจาย ไล่ก๊าซ สร้างแรงดัน ดาย ระดับการเต็มร่องของสกรู เต็มร่อง (กักเนื้อ สร้างแรงดัน) ไม่เต็มร่อง (starve-fed)
ตัวอย่างการจัดเรียงสกรูสำหรับสูตรที่มี side feed และช่องสุญญากาศ ชิ้นสีส้มคือชิ้นถอยหลัง (reverse) ที่สร้างโซนเต็มร่อง (ภาพแสดงหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนจริง)
  • ชิ้นลำเลียง (conveying elements) พิตช์ยาวลำเลียงเร็ว ร่องไม่เต็ม ใช้ใต้ช่องป้อนและช่อง vent พิตช์สั้นใช้สร้างแรงดันก่อนดาย
  • ชุดนวด (kneading block) จานหลายแผ่นเรียงเหลื่อมกันเป็นมุม (stagger angle) เหลื่อมเดินหน้า 30–60° ยังช่วยลำเลียงและเฉือนปานกลาง · 90° (neutral) ไม่ลำเลียง กักเนื้อและเฉือนมากขึ้น · เหลื่อมถอยหลัง (reverse) ต้านการไหล ทำให้หน้าชุดนวดเต็มร่องและใช้พลังงานสูง
  • ความกว้างของจาน จานกว้างเฉือนแรง เน้นตีก้อนให้แตก (dispersive mixing) จานแคบแบ่งและพับกระแสบ่อย เน้นกระจายให้ทั่ว (distributive mixing)
  • ชิ้นผสม (mixing elements) แบบมีฟันหรือร่องบาก ผสมแบบกระจายด้วยแรงเฉือนต่ำ เหมาะกับสารที่ไม่ทนแรงเฉือนและใยแก้วที่ไม่ควรถูกตัดสั้น
  • ชิ้นถอยหลัง (reverse elements) ใช้เป็นซีลก่อนช่องสุญญากาศ พลาสติกหลอมเต็มร่องตรงนี้จนอากาศจากด้านหลังรั่วเข้ามาไม่ได้

Dispersive คือการตีก้อน (agglomerate) ของผงสีหรือ filler ให้เล็กลง ต้องใช้แรงเฉือนหรือแรงยืดที่สูงกว่าแรงยึดของก้อน Distributive คือการกระจายให้ทั่วโดยไม่ได้ทำให้ก้อนเล็กลง masterbatch ที่ดีต้องได้ทั้งสองอย่าง เวลาที่เนื้ออยู่ในเครื่อง (residence time) สั้น มักอยู่ราว 10–60 วินาที ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS สารที่ไม่ทนความร้อนจึงเสื่อมน้อยกว่าในเครื่องที่เนื้อค้างนาน

4. ปลายเครื่อง: ดายและระบบตัดเม็ด (die and pelletizing)

ระบบตัดเม็ดเลือกตามปริมาณผลิตและวัสดุ แบบตัดเส้น (strand) ลงทุนต่ำและเปลี่ยนสีง่าย จึงพบมากในงาน masterbatch แบบตัดใต้น้ำ (underwater) เหมาะกับปริมาณสูงและวัสดุที่เส้นขาดง่าย แบบตัดหน้าดาย (water-ring หรือ hot-face) ใช้กับงาน filler สูงที่เส้นเปราะ

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
Screen changerกรองสิ่งปนเปื้อนและเนื้อที่หลอมไม่หมดแบบเลื่อน (slide plate) หรือแบบต่อเนื่อง · ขนาดตะแกรง (mesh) · แรงดันที่รับได้แรงดันก่อนตะแกรงสูงขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณผลิตตก
Die plateแบ่งพลาสติกหลอมเป็นเส้นจำนวนและขนาดรู · ระบบให้ความร้อนรูตัน เส้นขาด เส้นหนาบางไม่เท่ากัน คราบที่หน้าดาย (die drool) หลุดเป็นจุดดำ
รางน้ำหล่อเย็นหล่อเย็นเส้นให้แข็งพอตัดความยาวราง · อุณหภูมิน้ำ · ลูกกลิ้งกดเส้นเส้นขาด เม็ดชื้นข้างใน เม็ดเป็นโพรง
Air knifeเป่าน้ำออกจากผิวเส้นแรงลม · ตำแหน่งเม็ดเปียก จับตัวเป็นก้อนในถุง
Strand pelletizerตัดเส้นด้วยใบมีด rotor กับใบมีดตาย (bed knife)ความเร็วดึงเส้น · ความยาวเม็ด · วัสดุใบมีดเม็ดมีหาง (tails) ฝุ่น เม็ดคู่ติดกัน เม็ดเฉียง
Underwater pelletizerตัดที่หน้าดายในน้ำ ได้เม็ดกลมระบบน้ำวน · เครื่องปั่นแห้ง (centrifugal dryer) · ขั้นตอนเริ่มเครื่องรูดายแข็งตัวตอนเริ่ม (freeze-off) เม็ดหาง เม็ดติดกัน
Water-ring / hot-face pelletizerตัดที่หน้าดายแล้วสลัดเม็ดลงวงน้ำหรือหล่อเย็นด้วยลมเหมาะกับวัสดุ · ความเร็วมีดเม็ดติดกัน ใบมีดสึกเร็วในงาน filler
ตะแกรงคัดขนาด (classifier)แยกเม็ดยาว เม็ดคู่ และฝุ่นออกขนาดรูตะแกรง · ความจุฝุ่นและเม็ดผิดขนาดเข้าถุง ลูกค้าป้อนไม่นิ่ง
เครื่องอบหรือปั่นแห้ง และระบบบรรจุลดความชื้นผิวเม็ด แล้วชั่งบรรจุความชื้นปลายทาง · ความแม่นของเครื่องชั่งเม็ดชื้น ถุงน้ำหนักไม่ตรง

ประเภทของเครื่อง

ประเภทหลักการจุดเด่นข้อจำกัดงานที่เหมาะ
สกรูคู่หมุนทางเดียวกัน ขบกัน (co-rotating intermeshing)สกรูปาดกันเอง ชิ้นสกรูเปลี่ยนได้ ป้อนแบบไม่เต็มร่อง รอบสูงผสมได้ทั้ง dispersive และ distributive เปลี่ยนสูตรง่าย เนื้อค้างสั้น เติม filler และไล่ก๊าซได้กลางกระบอกเงินลงทุนและค่าชิ้นสกรูสูงกว่าสกรูเดี่ยว ต้องมี feeder แม่น ชิ้นสกรูสึกต้องติดตามmasterbatch สีและฟังก์ชัน คอมพาวด์ filler ใยแก้ว FR และการปรับปรุงเม็ดรีไซเคิล
สกรูคู่หมุนสวนทาง (counter-rotating)สกรูขบกันแบบสวนทาง เกิดห้องปิดที่ดันเนื้อไปข้างหน้า รอบต่ำลำเลียงแน่นอน สร้างแรงดันดี แรงเฉือนต่ำรอบต่ำ ผสมแบบตีก้อนได้น้อยกว่าPVC จาก dry blend เช่น ท่อและโปรไฟล์
สกรูเดี่ยว (single-screw) + ส่วนผสมป้อนเต็มร่อง ปริมาณผลิตผูกกับรอบสกรูโครงสร้างง่าย สร้างแรงดันดีตีก้อนผงสีไม่ได้ดี ผสมแบบกระจายจำกัดรีดเม็ดใหม่จาก regrind ที่สะอาด งานที่ใช้วัตถุดิบกระจายตัวมาแล้ว
เครื่องผสมแบบปิด (internal mixer) + เครื่องรีดปลายผสมเป็นแบตช์ด้วยโรเตอร์สองตัวในห้องปิด แล้วส่งเข้าเครื่องรีดหรือลูกกลิ้งเพื่อทำเม็ดแรงเฉือนสูงมาก รับ filler และยางได้มากแบตช์ต่อแบตช์แปรปรวน ฝุ่นและงานคนมากกว่า ต้องมีเครื่องทำเม็ดต่อยาง คอมพาวด์ filler สูง masterbatch สีดำบางชนิด
เครื่องนวดต่อเนื่องแบบสกรูเดี่ยวชักเข้าออก (reciprocating kneader)สกรูหมุนพร้อมชักไปมา ผ่านเดือยนวดในกระบอกแรงเฉือนต่ำและสม่ำเสมอ ผสมกระจายดีปริมาณผลิตต่อขนาดต่ำกว่า ต้องมีเครื่องรีดปลายสร้างแรงดันคอมพาวด์ PVC สายไฟ งาน filler สูง สารไม่ทนความร้อน

เลือกขนาดเครื่องอย่างไร

เริ่มจากสูตรที่ยากที่สุดที่ต้องเดิน ไม่ใช่สูตรที่ง่ายที่สุด แล้วไล่ตามลำดับนี้:

  1. ตั้งเป้า kg/h ต่อสูตร แยกสูตรที่ filler สูง ผงสีกระจายยาก และสูตรที่ต้องไล่ก๊าซมาก เพราะสามกลุ่มนี้กำหนดขนาดเครื่อง
  2. ดูว่าสูตรชนเพดานอะไรก่อน torque-limited คือ torque เต็มก่อนเพราะต้องใช้พลังงานผสมมาก (masterbatch สี filler สูงในเรซิน MFI ต่ำ) ต้องการ specific torque สูง · volume-limited คือร่องสกรูเต็มก่อนเพราะผงฟู bulk density ต่ำ ต้องการ Do/Di สูง หรือย้าย filler ไป side feeder
  3. ประเมินกำลัง กำลังที่เพลา (kW) ≈ พลังงานจำเพาะ (specific energy, kWh/kg) × ปริมาณผลิต (kg/h) งาน polyolefin ทั่วไปมักใช้ราว 0.1–0.3 kWh/kg สูตรที่ตีก้อนยากใช้มากกว่า ตัวอย่างคำนวณ: 500 kg/h × 0.2 kWh/kg = 100 kW ที่เพลา แล้วเผื่อสำหรับการสูญเสียและสูตรในอนาคต
  4. เข้าใจความสัมพันธ์ torque กับรอบ กำลัง (kW) = torque รวม (Nm) × รอบ (rpm) ÷ 9,550 ที่ torque เท่ากัน รอบสูงให้กำลังมากขึ้น แต่ความร้อนจากแรงเฉือนก็สูงขึ้น หลายโรงงานตั้งเป้าเดิน torque ราว 70–90% ของค่าสูงสุด เพื่อเหลือช่องให้การป้อนที่แกว่ง
  5. ขยายขนาดจากเครื่องทดลอง ปริมาณผลิตเพิ่มตามเส้นผ่านศูนย์กลางยกกำลังราว 2.5–3 (Q₂ = Q₁ × (D₂/D₁)^x) แต่พื้นที่ผิวกระบอกเพิ่มช้ากว่า เครื่องใหญ่จึงระบายความร้อนผ่านกระบอกได้น้อยกว่า อุณหภูมิหลอมต้องตรวจซ้ำหลังขยาย เครื่องพัฒนาสูตรราว 16–30 mm ผลิตได้ระดับไม่กี่ถึงหลายสิบ kg/h เครื่องผลิตราว 40–75 mm อยู่ระดับหลายร้อยถึงหลักพัน kg/h ขึ้นกับสูตร
  6. เลือก L/D ตามจำนวนโซนที่ต้องใช้ ป้อน หลอม side feed ผสม ไล่ก๊าซ สร้างแรงดัน งาน masterbatch และคอมพาวด์ทั่วไปมัก L/D ราว 32–48 งานที่ไล่สารระเหยมากหรือมีปฏิกิริยาในเครื่องยาวกว่านี้
  7. ให้ปลายเครื่องรับได้ทัน ความยาวรางน้ำ ขนาดเครื่องตัด ตะแกรงคัด และระบบบรรจุต้องรองรับ kg/h สูงสุด ปลายเครื่องที่เล็กไปจะกลายเป็นคอขวดก่อนสกรู

ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS วิธีที่น่าเชื่อที่สุดคือทดลองสูตรจริงบนเครื่องขนาดใกล้เคียงก่อนตัดสินใจ

จุดตรวจบำรุงรักษา

เครื่องสกรูคู่ไม่ค่อยเสียแบบหยุดทันที แต่เสื่อมช้าๆ จนคุณภาพเม็ดตก วิธีจับได้เร็วคือบันทึก torque แรงดันหน้าดาย และอุณหภูมิหลอมของแต่ละสูตรไว้เป็นค่าฐาน แล้วเทียบทุกครั้งที่เดินสูตรเดิม

ความถี่จุดตรวจดูอะไรถ้าละเลยจะเกิดอะไร
ทุกกะFeeder ทุกตัวค่า kg/h จริงเทียบค่าตั้ง สัญญาณเตือน ผงเป็นโพรงสูตรเพี้ยนโดยไม่มีใครรู้จนลูกค้าเจอ
ทุกกะTorque แรงดันหน้าดาย อุณหภูมิหลอมเทียบค่าฐานของสูตรเดียวกันไม่รู้ว่าสกรูสึกหรือตะแกรงตันจนของเสียมาก
ทุกกะช่องสุญญากาศและถังดักไอค่าสุญญากาศ ระดับของเหลวในถัง พลาสติกล้นช่องเม็ดมีฟองหรือกลิ่น ปั๊มเสีย
ทุกกะหน้าดาย รางน้ำ air knifeรูตัน คราบหน้าดาย อุณหภูมิและระดับน้ำเม็ดขนาดไม่เท่ากัน จุดดำ เม็ดชื้น
ทุกกะความปลอดภัยฝาครอบเครื่องตัดเม็ดและ interlock ปุ่มหยุดฉุกเฉิน ถุงมือและหน้ากากกันพลาสติกหลอมมือเข้าใบมีด แผลไหม้จากพลาสติกหลอมที่พุ่งจากดายหรือช่อง vent
รายสัปดาห์ใบมีดเครื่องตัดเม็ดความคม ระยะห่าง rotor กับ bed knifeเม็ดมีหาง ฝุ่นมาก
รายสัปดาห์ท่อสุญญากาศ ไส้กรอง ตะแกรงคัดขนาดคราบสะสม การอุดตันสุญญากาศไม่ถึง ฝุ่นเข้าถุง
รายสัปดาห์ฝุ่นรอบ feeder และจุดผสมระบบดูดฝุ่นทำงาน พื้นและโครงเครื่องไม่มีผงสะสมผงปนข้ามสูตร ความเสี่ยงฝุ่นติดไฟ
รายเดือนสอบเทียบ feederทดสอบ load cell ด้วยตุ้มน้ำหนัก และเก็บตัวอย่างตามเวลามาชั่ง (catch test)feeder คลาดโดยที่หน้าจอยังแสดงค่าตรง
รายเดือนGearboxระดับและอุณหภูมิน้ำมัน ไส้กรอง ตัวหล่อเย็นน้ำมัน ส่งน้ำมันวิเคราะห์ตามรอบbearing หรือเฟืองเสียหาย หยุดเครื่องนาน
รายเดือนระบบน้ำหล่อเย็นกระบอก ฮีตเตอร์ thermocoupleวาล์วน้ำต่อโซน ตะกรัน ฮีตเตอร์ขาดโซนคุมไม่อยู่ เนื้อร้อนเกิน
รายปี หรือตามชั่วโมงที่ผู้ผลิตกำหนดวัดการสึกของสกรูและกระบอกถอดสกรู วัดเส้นผ่านศูนย์กลางนอกของชิ้นสกรูและขอบจาน kneading วัดรูกระบอกหลายจุดด้วย bore gauge เทียบค่าเครื่องใหม่ผสมแย่ลง ผงย้อนที่ side feeder vent flooding อุณหภูมิหลอมสูงขึ้น
รายปี หรือตามชั่วโมงที่ผู้ผลิตกำหนดน้ำมัน gearbox coupling safety couplingเปลี่ยนน้ำมัน ตรวจ alignment ทดสอบการตัดของ safety coupling และ interlockแกนสกรูหักเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม
ทุกครั้งที่เปิดเครื่องLock-out/tag-out (LOTO)ตัดและล็อกไฟมอเตอร์และฮีตเตอร์ ระบายแรงดันก่อนเปิดดายหรือ screen changer ห้ามยืนหน้าดายตอนเริ่มเครื่องพลาสติกหลอมที่ค้างแรงดันพุ่งออก สกรูหมุนขณะมือยังอยู่ในเครื่อง

การเติม masterbatch และสารเติมแต่งบนเครื่องนี้

บนเครื่องนี้ masterbatch ไม่ได้ถูกเติม แต่ถูกผลิต คุณภาพที่ผู้ใช้ปลายทางเห็นจึงเริ่มที่นี่ ตำแหน่งที่สารเข้าเครื่องมีผลมาก: เม็ดและผงสีเข้าที่ช่องป้อนหลักเพื่อผ่านชุดนวดเต็มระยะ filler และใยแก้วเข้าทาง side feeder หลังพลาสติกหลอมแล้ว เพื่อลดการสึกของสกรูและไม่ตัดใยแก้วให้สั้น สารที่ระเหยง่ายหรือไม่ทนความร้อนเติมช้าลงตามความยาวกระบอก หรือคุมอุณหภูมิโซนให้ต่ำ

การกระจายตัวกับ let-down ratio masterbatch ที่เข้มข้นใช้ let-down ต่ำ ประหยัดต่อชิ้นงาน แต่แต่ละเม็ดต้องไปกระจายในเม็ดหลักจำนวนมากบนเครื่องฉีดหรือเครื่องรีดสกรูเดี่ยว ซึ่งผสมได้น้อยกว่าเครื่องสกรูคู่มาก ถ้าก้อนผงสีหรือสารเติมแต่งไม่ถูกตีให้แตกตั้งแต่ตอนผลิต จะเห็นเป็นเส้นสี จุด เจลในฟิล์ม หรือผล UV และ antistatic ที่ไม่นิ่งระหว่างชิ้น การวัดการกระจายตัวที่ใช้กันมีทั้งการรีดฟิล์มแล้วนับจุด และ filter pressure value ตาม EN 13900-5 masterbatch ฟังก์ชันส่วนใหญ่เติมราว 0.5–3% ส่วนสาร FR ต้องเติมสูงระดับ 20–30% ค่าอ้างอิงทั่วไปในอุตสาหกรรม ต้องยืนยันด้วยการทดลองจริงบนเครื่องของคุณ อ่านวิธีคิดต้นทุนของ let-down ได้ที่ ทำไม masterbatch ที่แพงกว่าอาจถูกกว่า และลองตัวเลขของคุณเองใน เครื่องคิดต้นทุนต่อชิ้นงานดี

ทำไมการจ้างผลิต (toll compounding) จึงใช้ได้ สิ่งที่ทำให้ masterbatch สองล็อตต่างกันคือสูตร ลำดับการป้อน ตำแหน่งป้อน การจัดเรียงสกรู และอุณหภูมิแต่ละโซน ไม่ใช่ตัวเครื่อง ถ้าข้อกำหนดเหล่านี้ถูกเขียนไว้ชัดและคุมตามจริง สูตรเดียวกันเดินบนไลน์สกรูคู่ที่สเปกใกล้กันได้ผลใกล้กัน ACS ใช้โมเดลนี้: ออกแบบสูตรและเงื่อนไขการผลิต แล้วผลิตบนไลน์สกรูคู่ของผู้ผลิตพันธมิตร ส่วนเม็ดรีไซเคิลกลุ่ม Circular ผลิตในโรงงานของบริษัทเอง (ดูกระบวนการผลิตเม็ดรีไซเคิล) รายการสินค้าอยู่ที่ สินค้าและ TDS

ปัญหาที่สารเติมแต่งแก้ไม่ได้ จุดดำจากเนื้อไหม้ที่ค้างในชิ้นสกรูสึกหรือคราบหน้าดาย เม็ดมีฟองเพราะช่องสุญญากาศตัน และสูตรเพี้ยนเพราะ feeder ไม่ได้สอบเทียบ เป็นเรื่องเครื่องทั้งหมด ต้องแก้ที่เครื่อง การเพิ่ม antioxidant หรือเปลี่ยน carrier ช่วยได้แค่บางส่วนและซ่อนอาการไว้เท่านั้น

ลิงก์ไปบทความกระบวนการ

เครื่องคอมพาวด์คือเครื่องรีดแบบพิเศษ หลักการหลอมด้วยสกรู ดาย และการหล่อเย็นอธิบายไว้ใน การรีด (Extrusion) ถ้าปัญหาที่เห็นอยู่ที่ชิ้นงานปลายทาง ดู จุดดำ · เส้นสี สีไม่สม่ำเสมอ · เจล ตาปลา

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเครื่องคอมพาวด์สกรูคู่

ซื้อเครื่องสกรูคู่มือสองต้องดูอะไร

ขอประวัติการวัดการสึกของสกรูและกระบอก ตรวจ gearbox ด้วยการฟังเสียงและส่งน้ำมันวิเคราะห์ ดู specific torque เพราะเครื่องรุ่นเก่ามักต่ำกว่า นับชิ้นสกรูอะไหล่ที่ได้มาด้วย ตรวจว่า feeder ยังสอบเทียบได้และระบบควบคุมยังหาอะไหล่ได้ แล้วขอเดินสูตรที่ยากที่สุดของคุณบนเครื่องจริงก่อนตกลง

รู้ได้อย่างไรว่าสกรูและกระบอกสึกแล้ว

เทียบกับค่าฐานของสูตรเดิมที่รอบและ kg/h เท่ากัน อาการที่พบคืออุณหภูมิหลอมสูงขึ้น แรงดันหน้าดายแกว่ง ผงย้อนที่ side feeder พลาสติกล้นช่องสุญญากาศ และการกระจายตัวแย่ลง เมื่อเห็นหลายอาการพร้อมกันให้ถอดสกรูวัดเทียบค่าเครื่องใหม่

ทำไมเร่งรอบสกรูแล้วเม็ดเหลืองหรือมีกลิ่น

รอบที่สูงขึ้นเพิ่มความร้อนจากแรงเฉือน อุณหภูมิหลอมจริงจึงสูงกว่าค่าตั้งของกระบอกได้มาก แม้เวลาค้างในเครื่องจะสั้นลง ให้วัดอุณหภูมิหลอมที่ดายด้วย melt probe แล้วปรับรอบ การจัดเรียงสกรู หรืออุณหภูมิโซน antioxidant ช่วยได้บางส่วนแต่ไม่แก้ต้นเหตุ

เปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนสูตรบนเครื่องสกรูคู่ให้เร็วทำอย่างไร

วางลำดับการผลิตจากสีอ่อนไปสีเข้ม ล้างด้วย carrier resin หรือ purging compound ทำความสะอาด feeder ช่อง vent และหน้าดาย เปลี่ยนตะแกรง และถ้าทำได้ ให้แยกไลน์สำหรับสีดำกับสีขาว เครื่องที่สกรูปาดกันเองเปลี่ยนสูตรได้เร็วกว่าเครื่องที่มีจุดอับ

ข้อควรระวัง

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขเป็นช่วงอ้างอิงทั่วไป การเลือก ติดตั้ง ใช้งาน และซ่อมบำรุงเครื่องจักรต้องยึดคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน

ค่าการเติม (let-down ratio) และข้อมูลทางเทคนิคในหน้านี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันคุณสมบัติ ต้องยืนยันด้วยการทดลองในกระบวนการผลิตของคุณเองก่อนใช้งานจริง

อ่านต่อในซีรีส์