ซีรีส์ เครื่องจักรพลาสติก

เครื่องฉีดพลาสติก (Injection molding machine)
เครื่องที่หลอม ฉีด และจับแม่พิมพ์ไว้จนชิ้นงานแข็ง

เครื่องฉีดหลอมเม็ดพลาสติก ดันเข้าแม่พิมพ์ด้วยแรงดันสูง แล้วล็อกแม่พิมพ์ไว้จนชิ้นงานแข็งตัว หน้านี้แยกเครื่องออกทีละหน่วย บอกว่าแต่ละชิ้นทำอะไร ดูอะไรในสเปก สึกแล้วมีอาการอย่างไร เลือกขนาดอย่างไร และต้องตรวจอะไรตามรอบบำรุงรักษา

ฝ่ายการตลาด บริษัท แอดวานซ์ เคม โซลูชั่น จำกัด · 22 ต.ค. 2569 · อ่านประมาณ 14 นาที

ภาพรวมเครื่อง

เครื่องฉีดแนวนอนแบ่งได้ 4 หน่วย ชุดฉีด (injection unit) หลอมเม็ดและฉีด ชุดปิดแม่พิมพ์ (clamping unit) เปิด ปิด และล็อกแม่พิมพ์ ระบบขับ (drive) ให้แรงและการเคลื่อนที่ ทั้งแบบไฮดรอลิกและมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุม (control) สั่งทุกจังหวะตามค่าที่ตั้ง และเฝ้าดูว่าแต่ละช็อตเหมือนกันหรือไม่ ทุกหน่วยมีระบบความปลอดภัยคุมอยู่

บทความ การฉีดพลาสติก อธิบายรอบการผลิตและตัวแปร process ไปแล้ว หน้านี้เน้นตัวเครื่อง สำหรับคนที่ต้องซื้อ ตรวจรับ ซ่อม หรือต้องแยกให้ออกว่าปัญหามาจากเครื่อง แม่พิมพ์ หรือเม็ด

ภาพด้านข้างเครื่องฉีดแนวนอนแบบ toggle: ฮอปเปอร์ กระบอกและฮีตเตอร์ สกรู หัวฉีด ชุดขับฉีด กระบอกเลื่อนชุดฉีด แผ่นยึดแม่พิมพ์ฝั่งอยู่กับที่ แม่พิมพ์ แผ่นฝั่งเคลื่อนที่และชุดปลด เสาค้ำ กลไก toggle และฐานเครื่อง พร้อมหมายเลข 1 ถึง 12 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ชุดฉีด (injection unit) ชุดปิดแม่พิมพ์ (clamping unit) เครื่องฉีดแนวนอนแบบ toggle
ตัวเลขในภาพตรงกับรายการด้านล่าง ฮีตเตอร์คุมความร้อนของกระบอกเป็นโซน เนื้อหลอมไหลผ่านหัวฉีดเข้าแม่พิมพ์ แผ่นฝั่งเคลื่อนที่เปิดเพื่อปลดชิ้นงาน (ภาพหลักการ ไม่ตรงสัดส่วนจริง)
  1. ฮอปเปอร์และคอเติม (Hopper / feed throat) — เก็บเม็ดและป้อนเข้าสกรู คอเติมมีน้ำหล่อเย็นกันเม็ดเยิ้มติด
  2. กระบอกและฮีตเตอร์ (Barrel / heater bands) — ให้ความร้อนแยกโซน วัดด้วยเทอร์โมคัปเปิล
  3. สกรูและวาล์วกันย้อน (Screw / check ring) — หลอม ผสม แล้วดันเนื้อไปข้างหน้าเหมือนลูกสูบ
  4. หัวฉีด (Nozzle) — ส่งเนื้อจากกระบอกเข้า sprue bushing ของแม่พิมพ์
  5. ชุดขับฉีดและมอเตอร์หมุนสกรู (Injection cylinder / screw drive) — ดันสกรูตอนฉีด และหมุนสกรูตอนเตรียมเนื้อ
  6. กระบอกเลื่อนชุดฉีด (Carriage cylinder) — เลื่อนชุดฉีดเข้าไปกดหัวฉีดกับแม่พิมพ์ หรือถอยออก
  7. แผ่นยึดแม่พิมพ์ฝั่งอยู่กับที่ (Fixed platen) — ยึดแม่พิมพ์ครึ่งฝั่งหัวฉีด
  8. แม่พิมพ์ (Mould) — ไม่ใช่ส่วนของเครื่อง แต่เป็นตัวกำหนดว่าต้องใช้เครื่องขนาดไหน
  9. แผ่นยึดฝั่งเคลื่อนที่และชุดปลด (Moving platen / ejector) — เปิดปิดแม่พิมพ์ และดันชิ้นงานออก
  10. เสาค้ำ (Tie bars) — รับแรงปิดเป็นแรงดึง และนำทางแผ่นเคลื่อนที่
  11. กลไก toggle และกระบอกปิด (Toggle / clamp cylinder) — ขยายแรงจากกระบอกเป็นแรงปิด แล้วล็อกแม่พิมพ์
  12. ฐานเครื่อง ถังน้ำมัน ปั๊ม และตู้ควบคุม (Frame / tank / pump / controller) — ต้นกำลังและสมองของเครื่อง

ส่วนประกอบทีละหน่วย

ชุดฉีด (Injection unit)

ชุดฉีดกำหนดว่าเนื้อที่เข้าแม่พิมพ์ร้อนเท่ากันไหม ผสมดีไหม และปริมาณเท่ากันทุกช็อตไหม ปัญหาสี จุดดำ และน้ำหนักชิ้นงานแกว่ง ส่วนมากเริ่มที่หน่วยนี้

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
ฮอปเปอร์และคอเติม (hopper / feed throat)เก็บเม็ด ป้อนเข้าสกรู คอเติมมีน้ำหล่อเย็นแยกความร้อนจากกระบอกความจุฮอปเปอร์ ช่องติดเครื่องเติม (dosing unit) แม่เหล็กดักเศษเหล็ก ช่องน้ำหล่อเย็นคอเติมคอเติมร้อนเกิน เม็ดเยิ้มเกาะเป็นสะพาน (bridging) ป้อนไม่สม่ำเสมอ เวลาเตรียมเนื้อแกว่ง · เย็นเกิน น้ำกลั่นตัวบนเม็ด
กระบอก (barrel)หุ้มสกรู รับแรงดันฉีด ส่งความร้อนเข้าเนื้อผิวในชุบแข็งหรือแบบ bimetallic แรงดันฉีดสูงสุดที่รองรับ ความจุช็อตรูในโตขึ้น เนื้อไหลย้อนข้ามขอบเกลียว เตรียมเนื้อช้า เนื้อร้อนเกินจากการเฉือนซ้ำ
ฮีตเตอร์และเทอร์โมคัปเปิล (heater bands / thermocouples)ให้ความร้อนและวัดอุณหภูมิแยกโซน รวมโซนหัวฉีดจำนวนโซน ชนิดฮีตเตอร์ (mica / ceramic) ชนิดเทอร์โมคัปเปิล (J หรือ K) ต้องตรงกับที่ตัวควบคุมตั้งไว้ฮีตเตอร์ขาด โซนนั้นร้อนช้า ตัวควบคุมจ่ายไฟเต็มตลอด · เทอร์โมคัปเปิลหลวมหรือผิดชนิด อ่านค่าผิด เนื้อร้อนหรือเย็นเกินทั้งที่หน้าจอดูปกติ
สกรู (screw)ดึงเม็ด หลอม ผสม และเป็นลูกสูบตอนฉีดเส้นผ่านศูนย์กลาง L/D อัตราส่วนอัด (compression ratio) วัสดุและผิวชุบ มีส่วนผสม (mixing section) หรือไม่ขอบเกลียวสึก ช่องห่างกับกระบอกกว้างขึ้น เตรียมเนื้อนานขึ้น ต้องเพิ่มอุณหภูมิหรือรอบ สีกระจายแย่ลง
วาล์วกันย้อน (check ring / non-return valve)กันเนื้อไหลย้อนกลับข้ามสกรูตอนฉีดและตอนย้ำชนิด (แหวนเลื่อนแบบ 3 ชิ้น หรือแบบลูกบอล) วัสดุ · งาน PVC แข็งมักใช้หัวสกรูแบบไม่มีวาล์ว (smear head)cushion ไม่นิ่ง ไหลลงจนเป็นศูนย์ระหว่างย้ำ น้ำหนักชิ้นงานแกว่ง short shot สลับกับครีบ
หัวสกรู (screw tip)ยึดวาล์วกันย้อน นำเนื้อเข้าหัวฉีดเกลียวยึดและแรงขันตามคู่มือ รูปทรงรับกับหน้ากระบอกคลายหรือแตก มีเศษโลหะ มีช่องอับให้เนื้อค้างไหม้เป็นจุดดำ
หัวฉีด (nozzle)ต่อกระบอกกับ sprue bushing และปิดสนิทไม่ให้รั่วแบบเปิด (open) หรือแบบปิดได้ (shut-off) รัศมีปลายและขนาดรูต้องรับกับ sprue bushing มีฮีตเตอร์โซนแยกรั่วรอบปลายเป็นก้อนแข็ง ปลายเย็นจนแข็งตัว (freeze-off) เนื้อหยดหรือเป็นเส้นใย (drool / stringing)
ชุดขับฉีดและฐานเลื่อน (injection drive / carriage)ดันสกรู หมุนสกรู และกดหัวฉีดชนแม่พิมพ์ความเร็วฉีดและแรงดันฉีดสูงสุด แรงบิดมอเตอร์สกรู แรงกดหัวฉีดความเร็วฉีดไม่ถึงค่าที่ตั้ง แรงกดหัวฉีดไม่พอ เนื้อรั่วที่หน้าแม่พิมพ์

สกรูฉีดอเนกประสงค์แบ่งเป็น 3 ช่วง ราวครึ่งหนึ่งของความยาวเป็น ส่วนป้อน (feed zone) ร่องลึก ลำเลียงเม็ดแข็ง ราวหนึ่งในสี่เป็น ส่วนอัด (compression / transition zone) ร่องตื้นลงเรื่อยๆ บีบเม็ดให้หลอม อีกราวหนึ่งในสี่เป็น ส่วนจ่าย (metering zone) ร่องตื้น ทำให้เนื้อร้อนเท่ากันและส่งออกสม่ำเสมอ

L/D คือความยาวช่วงมีเกลียวหารด้วยเส้นผ่านศูนย์กลาง สกรูฉีดอเนกประสงค์มักอยู่ราว 18:1–24:1 อัตราส่วนอัด คือความลึกร่องส่วนป้อนเทียบกับส่วนจ่าย มักอยู่ราว 2:1–3:1 (ค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS)

ภาพขยายสกรูฉีด: ส่วนป้อนร่องลึก ส่วนอัดร่องตื้นลง ส่วนจ่ายร่องตื้น วาล์วกันย้อนเลื่อนระหว่างบ่ารองกับหัวสกรู และเนื้อหลอมรอฉีดหน้าปลายสกรู ส่วนป้อน(feed) ส่วนอัด(compression) ส่วนจ่าย(metering) เนื้อรอฉีด(shot) ร่องลึก ร่องตื้นลงเรื่อยๆ ร่องตื้น วาล์วกันย้อน(check ring) L/D = ความยาวช่วงมีเกลียว ÷ เส้นผ่านศูนย์กลางสกรู
ตอนสกรูหมุน แหวนกันย้อน (สีส้ม) ถูกเนื้อดันไปชนหัวสกรู เนื้อไหลผ่านไปสะสมด้านหน้า ตอนฉีด แรงดันด้านหน้าดันแหวนถอยมาปิดบ่ารอง เนื้อจึงไม่ไหลย้อน (ภาพหลักการ ไม่ตรงสัดส่วนจริง)

วาล์วกันย้อนเป็นชิ้นส่วนที่สึกเร็วที่สุดในชุดฉีด และเป็นต้นเหตุที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด เมื่อแหวนหรือบ่ารองสึก เนื้อส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับระหว่างฉีดและย้ำ ช็อตจึงไม่เท่ากัน ตัวเลขที่บอกอาการคือ cushion ปริมาณเนื้อที่เหลือหน้าปลายสกรูเมื่อจบการย้ำ ถ้า cushion แกว่งหรือค่อยๆ ไหลเป็นศูนย์ ให้สงสัยวาล์วก่อนแก้ค่าอื่น

ชุดปิดแม่พิมพ์ (Clamping unit)

ชุดปิดต้องทำ 3 อย่าง เปิดปิดให้เร็ว ล็อกให้แน่นจนแม่พิมพ์ไม่แง้มตอนฉีด และหยุดให้ทันเมื่อมีชิ้นงานค้างขวาง ในเครื่องแบบ toggle แรงปิดเกิดจากการยืดตัวของเสาค้ำ เมื่อข้อต่อเหยียดสุด ความหนาแม่พิมพ์จึงต้องตั้งให้ตรงกับตำแหน่งแผ่นท้ายทุกครั้งที่เปลี่ยนแม่พิมพ์

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
แผ่นยึดแม่พิมพ์ (fixed / moving platen)ยึดแม่พิมพ์สองฝั่ง กระจายแรงปิดทั่วหน้าแม่พิมพ์ขนาดแผ่น รูเกลียวหรือร่อง T-slot ขนาดรูแหวนกำหนดศูนย์ (locating ring) ความขนานของแผ่นแผ่นไม่ขนานหรือโก่ง ครีบออกด้านเดียว หน้าแม่พิมพ์สึกด้านเดียว
เสาค้ำ (tie bars)รับแรงปิดเป็นแรงดึง นำทางแผ่นเคลื่อนที่ระยะห่างเสา แนวนอน × แนวตั้ง เส้นผ่านศูนย์กลางเสาเสายืดไม่เท่ากัน แรงปิดไม่สมดุล บูชสึกจนแผ่นเคลื่อนที่ตก ผิวเสาเป็นรอย
กลไก toggle และกระบอกปิด (toggle / clamp cylinder)ขยายแรงจากกระบอกเป็นแรงปิด ล็อกตัวเมื่อข้อต่อเหยียดสุดแรงปิดสูงสุด ความเร็วเปิดปิด ระบบหล่อลื่นอัตโนมัติสลักและบูชสึก มีเสียงกระแทกตอนล็อก แรงปิดไม่ถึงค่าตั้ง ตำแหน่งเปิดไม่ซ้ำ
ระบบปรับความสูงแม่พิมพ์ (mould height adjustment)เลื่อนแผ่นท้ายให้ toggle เหยียดสุดพอดีกับความหนาแม่พิมพ์ความหนาแม่พิมพ์ต่ำสุดและสูงสุด (min / max mould height)ตั้งผิด แรงปิดเกินหรือขาด เฟืองปรับติดเพราะขาดการหล่อลื่น
ระยะเปิด (opening stroke / daylight)ให้ช่องว่างพอปลดชิ้นงานและให้หุ่นยนต์เข้าหยิบระยะเปิดสูงสุด และระยะห่างสูงสุดระหว่างแผ่น (daylight)ชิ้นงานลึกหยิบไม่ออก ต้องเปิดสุดทุกช็อตจนรอบยาว
ชุดปลด (ejector)ดันแผ่นปลดในแม่พิมพ์ให้ชิ้นงานหลุดแรงและระยะปลด ตำแหน่งรู ejector บนแผ่นปลดไม่เท่ากัน ชิ้นงานเบี้ยว รอยเข็มปลดลึก
วงจรดึงแกน (core pull)ขับ slide หรือแกนเลื่อนในแม่พิมพ์ ผ่านวงจรไฮดรอลิกหรือลมเสริมจำนวนวงจร และลำดับการทำงานที่ตั้งได้ในหน้าจอลำดับผิดหรือแรงไม่พอ แม่พิมพ์ชน แกนหัก
ระบบป้องกันแม่พิมพ์ (mould protection)ปิดช่วงท้ายด้วยแรงต่ำ ถ้ามีของค้างให้หยุดก่อนแม่พิมพ์เสียหายตั้งแรง ตำแหน่ง และเวลาของช่วงแรงต่ำได้ละเอียดตั้งแรงสูงเกินเพื่อให้ปิดผ่าน เมื่อชิ้นงานค้าง แม่พิมพ์ถูกบี้

ระบบขับและไฮดรอลิก (Drive & hydraulics)

เครื่องไฮดรอลิกสร้างแรงจากน้ำมันที่ปั๊มอัดส่งไปยังกระบอกต่างๆ โดยมีวาล์วคุมความเร็วและแรงดัน เครื่องไฟฟ้าล้วนใช้เซอร์โวมอเตอร์ขับแต่ละแกนผ่านบอลสกรูหรือสายพาน งานผนังบางที่ต้องฉีดเร็วมากมักใช้ accumulator สะสมน้ำมันแรงดันไว้ปล่อยตอนฉีด

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
ปั๊มไฮดรอลิก (pump)อัดน้ำมันส่งให้ทุกกระบอกชนิด: fixed displacement, variable displacement หรือปั๊มขับด้วยเซอร์โวมอเตอร์ (servo-hydraulic)แรงดันไม่ถึง เสียงดังผิดปกติ น้ำมันร้อนเร็ว
วาล์วสัดส่วน / เซอร์โววาล์ว (proportional / servo valve)คุมความเร็วและแรงดันตาม profile ที่ตั้งความเร็วตอบสนอง ข้อกำหนดความสะอาดของน้ำมันน้ำมันสกปรกทำวาล์วติดหรือรั่วใน ความเร็วฉีดแกว่ง ช็อตไม่ซ้ำ
น้ำมันและชุดระบายความร้อนน้ำมัน (oil / oil cooler)ส่งกำลัง ระบายความร้อน หล่อลื่นภายในปริมาตรถัง ชุดกรอง oil cooler ช่วงอุณหภูมิทำงานที่ผู้ผลิตกำหนดน้ำมันร้อนเกิน ความหนืดลด ความเร็วและแรงเปลี่ยนไปตามเวลาในกะ ซีลเสื่อม
Accumulatorสะสมน้ำมันแรงดัน ปล่อยออกเร็วตอนฉีดมีหรือไม่ ใช้กับงานผนังบาง ต้องมีวาล์วระบายแรงดันก่อนซ่อมแรงดันแก๊สตก ความเร็วฉีดตก · ไม่ระบายแรงดันก่อนซ่อม เป็นอันตรายร้ายแรง
เซอร์โวมอเตอร์และบอลสกรู (servo motor / ball screw)ในเครื่องไฟฟ้าล้วน แปลงการหมุนเป็นการเลื่อน สำหรับฉีด ปิด และปลดแรงและความเร็วสูงสุดของแต่ละแกน ภาระที่บอลสกรูรับได้ จุดหล่อลื่นบอลสกรูสึกหรือมีระยะคลอน เสียงผิดปกติ ตำแหน่งไม่ซ้ำ

ระบบควบคุม (Control)

ระบบควบคุมแปลงค่าที่ตั้งเป็นการเคลื่อนที่ และบันทึกว่าแต่ละช็อตเป็นไปตามค่านั้นหรือไม่ ค่าที่ตั้งในหน้าจอฉีดมีโครงเหมือนกันเกือบทุกเครื่อง

  • ความเร็วฉีดแบ่งช่วง (multi-stage injection speed) ตั้งตามตำแหน่งสกรู เช่น ช้าตอนผ่านเกต เร็วตอนเติมโพรง
  • จุดสลับ V/P (velocity to pressure switchover) สลับตามตำแหน่ง แรงดัน เวลา หรือแรงดันในโพรงถ้ามีเซนเซอร์ แนวทางทั่วไปคือเติมด้วยความเร็วให้ได้ราว 95–98% ของชิ้นงานก่อนสลับ
  • แรงดันและเวลาย้ำ (holding pressure / time) แบ่งได้หลายช่วง ย้ำจนเกตแข็งตัว
  • Back pressure และรอบสกรู (screw speed) คุมความแน่นและการผสมของเนื้อตอนเตรียมช็อต หน้าจอหลายเครื่องแสดง back pressure เป็นแรงดันไฮดรอลิก ไม่ใช่แรงดันในเนื้อพลาสติก ต้องคูณอัตราขยายแรงดัน (intensification ratio) ของชุดฉีดนั้นก่อนเทียบข้ามเครื่อง
  • ระยะดึงสกรูคลายแรงดัน (decompression / suck-back) ลดเนื้อหยดจากหัวฉีด ถ้ามากไปจะดูดอากาศเข้าเกิดลายเงิน
  • Cushion เนื้อที่เหลือหน้าสกรูหลังย้ำ ต้องไม่เป็นศูนย์ ไม่เช่นนั้นแรงย้ำส่งไม่ถึงชิ้นงาน
ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
ตัวควบคุมและหน้าจอ (controller / HMI)ตั้ง profile ทุกจังหวะ เก็บสูตรของแต่ละแม่พิมพ์จำนวนช่วงความเร็วและแรงดันที่ตั้งได้ วิธีสลับ V/P ที่รองรับ การเก็บสูตรและสิทธิ์แก้ค่าสูตรหาย ค่าถูกแก้โดยไม่มีบันทึก ช็อตเปลี่ยนโดยหาสาเหตุไม่ได้
เซนเซอร์ตำแหน่งและแรงดัน (position / pressure transducers)วัดตำแหน่งสกรู ตำแหน่งแผ่น และแรงดันฉีดความละเอียดการวัด รองรับเซนเซอร์แรงดันในโพรงหรือไม่ค่าเลื่อน (drift) cushion และจุดสลับเพี้ยนไปทั้งที่ไม่ได้แก้ค่า
การเฝ้าดูและ alarm (process monitoring)เทียบค่าแต่ละช็อตกับขอบเขต แยกช็อตที่ออกนอกขอบเขตค่าที่เฝ้าดูได้: cushion เวลาเตรียมเนื้อ เวลาฉีด แรงดันสูงสุด เวลารอบตั้งขอบเขตกว้างเกิน ช็อตเสียหลุดไปปนกับของดี
การส่งข้อมูลและ SPCเก็บค่าต่อช็อตไว้ดูแนวโน้มพอร์ตส่งข้อมูล รูปแบบไฟล์ การเชื่อมกับระบบของโรงงานไม่มีข้อมูลย้อนหลัง หาสาเหตุของเสียเป็นล็อตไม่ได้

ค่าที่ควรดูทุกวันคือ cushion และ เวลาเตรียมเนื้อ (plasticizing / recovery time) สองค่านี้เปลี่ยนก่อนชิ้นงานเสีย ถ้าเวลาเตรียมเนื้อยาวขึ้นเรื่อยๆ ที่รอบสกรูเท่าเดิม ให้ดูการป้อนเม็ดที่คอเติมและการสึกของสกรู

ระบบความปลอดภัย (Safety)

เครื่องฉีดมีทั้งแรงปิดสูง น้ำมันแรงดันสูง ผิวร้อน และไฟฟ้าแรงดันสูงในจุดเดียวกัน มาตรฐานความปลอดภัยสากลของเครื่องฉีด เช่น ISO 20430 กำหนดให้ทุกช่องที่เข้าถึงพื้นที่อันตรายต้องมีฝาครอบหรือประตูที่มี interlock

ชิ้นส่วนหน้าที่สเปกที่ควรดูตอนซื้อ/ตรวจรับอาการเมื่อสึกหรือเสีย
ประตูนิรภัยและ interlock (safety gates)ไม่ให้แม่พิมพ์ปิดหรือฉีดเมื่อประตูเปิดระบบล็อกหลายชั้น เช่น สวิตช์ไฟฟ้า วาล์วไฮดรอลิก และตัวล็อกกลไก ตามชนิดเครื่อง ทั้งฝั่งหน้าและฝั่งหลังสวิตช์ถูกบายพาสหรือเสื่อม แม่พิมพ์ปิดได้ขณะมีคนเอื้อมเข้าไป
ฝาครอบหัวฉีด (purge guard)กันเนื้อร้อนกระเด็นตอน purge และตอนหัวฉีดถอยมี interlock กับการฉีดหรือไม่ถอดออกแล้วไม่ใส่คืน ผู้ปฏิบัติงานโดนเนื้อร้อน
ปุ่มหยุดฉุกเฉิน (emergency stop)หยุดทุกการเคลื่อนที่ทันทีอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมถึงได้ทั้งสองฝั่งเครื่องกดแล้วเครื่องไม่หยุดครบทุกแกน
ฝาครอบฮีตเตอร์และขั้วไฟกันสัมผัสผิวร้อนและขั้วไฟฟ้าครอบมิดชิด ระบายความร้อนได้ฝาหาย ขั้วสายเปลือย เสี่ยงไฟดูดและไฟไหม้
จุดตัดพลังงาน (lock-out / tag-out)ตัดไฟ ไฮดรอลิก และแรงดันสะสมก่อนซ่อมหรือเปลี่ยนแม่พิมพ์สวิตช์หลักล็อกกุญแจได้ วาล์วระบาย accumulator ชัดเจนซ่อมทั้งที่ฮีตเตอร์ยังมีไฟหรือ accumulator ยังมีแรงดัน

ประเภทของเครื่อง

แยกได้ 2 แกน คือ ระบบขับ และ รูปแบบชุดปิด ทั้งสองแกนไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกงาน

ระบบขับหลักการจุดเด่นข้อจำกัด
ไฮดรอลิก ปั๊มหมุนตลอดมอเตอร์หมุนปั๊มตลอดเวลา วาล์วคุมความเร็วและแรงดันแรงสูง อะไหล่และช่างหาง่าย ทนงานหนักเปลืองพลังงานในช่วงที่ไม่ใช้แรง น้ำมันร้อน ต้องดูแลน้ำมัน
ไฮดรอลิกเซอร์โว (servo-hydraulic)เซอร์โวมอเตอร์ปรับรอบปั๊มตามความต้องการแต่ละจังหวะใช้พลังงานน้อยกว่าแบบปั๊มหมุนตลอด น้ำมันร้อนน้อยกว่า ยังได้แรงแบบไฮดรอลิกยังมีน้ำมันที่ต้องดูแล ความแม่นยังขึ้นกับวาล์ว
ไฟฟ้าล้วน (all-electric)เซอร์โวมอเตอร์ขับแต่ละแกนผ่านบอลสกรูหรือสายพานตำแหน่งและความเร็วซ้ำได้แม่น สะอาด ไม่มีน้ำมันไฮดรอลิก เคลื่อนหลายแกนพร้อมกันได้เงินลงทุนเริ่มต้นมักสูงกว่า บอลสกรูสึกตามจำนวนรอบ งานที่ต้องย้ำนานด้วยแรงสูงเป็นภาระมอเตอร์
ไฮบริด (hybrid)ผสม เช่น ฉีดและหมุนสกรูด้วยไฟฟ้า ปิดและปลดด้วยไฮดรอลิกเลือกจุดเด่นของแต่ละแกนทีมซ่อมต้องดูแลได้ทั้งสองระบบ
ชุดปิดหลักการจุดเด่นข้อจำกัด
Toggle (3 แผ่น)กระบอกเล็กดันข้อต่อให้เหยียดสุดแล้วล็อกเปิดปิดเร็ว ช่วงท้ายช้าลงเองตามกลไก ใช้น้ำมันน้อยต้องปรับความสูงแม่พิมพ์ทุกครั้งที่เปลี่ยนแม่พิมพ์ สลักและบูชสึก แรงปิดไม่ได้วัดตรงแต่เกิดจากการยืดของเสา
ไฮดรอลิกตรง (direct / full hydraulic)กระบอกใหญ่กดแผ่นเคลื่อนที่โดยตรงตั้งแรงปิดได้ตรง แรงกระจายสม่ำเสมอ ไม่ต้องปรับความสูงแม่พิมพ์ละเอียดใช้น้ำมันมาก เปิดปิดช้ากว่าถ้าไม่มีกระบอกเร็วช่วย
2 แผ่น (two-platen)ไม่มีแผ่นท้าย ล็อกเสากับแผ่นเคลื่อนที่ แล้วกดด้วยกระบอกสั้นที่ปลายเสาเครื่องสั้นกว่า ระยะเปิดยาว เหมาะเครื่องแรงปิดสูง แม่พิมพ์ใหญ่ เช่น ลัง พาเลท ชิ้นส่วนรถระบบล็อกเสาซับซ้อนกว่า
ไม่มีเสาค้ำ (tie-bar-less) / แนวตั้ง (vertical)โครงรูปตัว C หรือฉีดในแนวตั้งใส่แม่พิมพ์กว้างได้เทียบกับแรงปิด · แนวตั้งวาง insert ง่าย เช่น ขั้วปลั๊ก สายไฟขนาดเครื่องจำกัด โครงต้องออกแบบกันการบิดเมื่อรับแรง

เลือกขนาดเครื่องอย่างไร

เริ่มจากแม่พิมพ์และชิ้นงาน ไม่ใช่จากตัวเลขตันบนป้ายเครื่อง เช็กทีละข้อ ข้อไหนไม่ผ่านก็ใช้ไม่ได้ แม้ข้ออื่นผ่านหมด

  1. แรงปิด (clamp force) แรงปิด ≈ พื้นที่ภาพฉายของทุกโพรงรวมรันเนอร์ × แรงดันเฉลี่ยในโพรง ตำราและคู่มือมักใช้ค่าตั้งต้นราว 2–8 ตันต่อตารางนิ้ว (ราว 0.3–1.2 ตันต่อตารางเซนติเมตร) ผนังหนา ไหลสั้น เม็ดไหลง่าย อยู่ปลายล่าง ผนังบาง ไหลไกล เม็ดหนืด อยู่ปลายบน แล้วเผื่อเพิ่มอีกราว 10–20% ตัวอย่าง: พื้นที่ภาพฉายรวม 400 cm² × 0.4 t/cm² = 160 ตัน เผื่อ 15% ได้ราว 185 ตัน จึงเลือกเครื่องที่แรงปิดไม่ต่ำกว่านี้
  2. ขนาดช็อต (shot size) น้ำหนักช็อตรวมรันเนอร์ควรอยู่ราว 20–80% ของความจุกระบอก ต่ำไปเนื้อค้างนานจนเสื่อม สูงไปหลอมไม่ทันและไม่เหลือที่ให้ cushion ความจุช็อตในสเปกมักบอกเป็น cm³ หรือกรัมของ PS ต้องแปลงด้วยความหนาแน่นของเม็ดที่ใช้จริง ระยะช็อตที่ใช้จริงควรอยู่ราว 1–3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางสกรู
  3. เวลาที่เนื้ออยู่ในกระบอก (residence time) ประมาณคร่าวๆ = (ความจุช็อตของกระบอก ÷ น้ำหนักช็อต) × เวลารอบ ตัวอย่าง: กระบอก 500 g ช็อต 100 g รอบ 30 วินาที ได้ราว 150 วินาที ของจริงนานกว่านี้เพราะยังมีเนื้ออยู่ในร่องเกลียว เม็ดที่ไวต่อความร้อน เช่น PVC, POM เกรด FR และ masterbatch บางชนิด ต้องเทียบกับขีดจำกัดใน TDS
  4. ขนาดแม่พิมพ์เทียบกับเครื่อง แม่พิมพ์ต้องผ่านระหว่างเสาค้ำได้ (ดูระยะห่างเสาทั้งแนวนอนและแนวตั้ง) ความหนาแม่พิมพ์ต้องอยู่ระหว่าง min–max mould height และระยะเปิดควรได้อย่างน้อยราว 2 เท่าของความลึกชิ้นงาน บวกความยาว sprue และระยะให้มือหรือหุ่นยนต์หยิบ
  5. เส้นผ่านศูนย์กลางสกรูกับแรงดันฉีด ชุดฉีดเดียวกันมักให้เลือกสกรู 2–3 ขนาด แรงดันฉีดสูงสุด = แรงดันไฮดรอลิก × (พื้นที่ลูกสูบ ÷ พื้นที่หน้าตัดสกรู) จึงแปรผกผันกับกำลังสองของเส้นผ่านศูนย์กลาง สกรูเล็กได้แรงดันสูงแต่ช็อตเล็ก สกรูใหญ่ได้ช็อตใหญ่แต่แรงดันต่ำ งานผนังบางเลือกสกรูเล็กเท่าที่ช็อตยังพอ งานช็อตหนักผนังหนาเลือกสกรูใหญ่
  6. ชนิดสกรูตามเม็ด สกรูอเนกประสงค์ใช้ได้กับ PP, PE, PS, ABS ส่วน PVC แข็ง เม็ดเติมใยแก้ว PET และพลาสติกวิศวกรรมบางชนิด ต้องใช้รูปเกลียวหรือวัสดุเฉพาะ ให้บอกผู้ผลิตเครื่องว่าจะใช้เม็ดและ masterbatch อะไรจริง

ตัวเลขในหัวข้อนี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS

จุดตรวจบำรุงรักษา

ก่อนซ่อมฮีตเตอร์ ไฮดรอลิก หรือเข้าไปในพื้นที่แม่พิมพ์ ต้องตัดพลังงานและล็อก (lock-out / tag-out) ระบายแรงดันใน accumulator และรอให้ส่วนร้อนเย็นลงก่อนทุกครั้ง

ความถี่จุดตรวจดูอะไรถ้าละเลยจะเกิดอะไร
ทุกกะประตูนิรภัย interlock และปุ่มหยุดฉุกเฉินเปิดประตูแล้วเครื่องต้องไม่ปิดแม่พิมพ์และไม่ฉีด กดปุ่มฉุกเฉินแล้วทุกแกนหยุด (ทดสอบตามขั้นตอนในคู่มือ)คนบาดเจ็บสาหัส
ทุกกะCushion และเวลาเตรียมเนื้อค่าเฉลี่ยและการแกว่งเทียบกับค่าปกติของแม่พิมพ์นั้นวาล์วกันย้อนหรือสกรูสึกโดยไม่รู้ จนของเสียออกมาแล้ว
ทุกกะอุณหภูมิกระบอก คอเติม และน้ำหล่อเย็นคอเติมทุกโซนถึงค่าตั้ง เปอร์เซ็นต์การจ่ายไฟของแต่ละโซนไม่ผิดปกติ น้ำหล่อเย็นไหลโซนเสียโดยไม่รู้ เนื้อเย็นหรือร้อนเกิน ป้อนเม็ดไม่สม่ำเสมอ
ทุกกะอุณหภูมิและระดับน้ำมันไฮดรอลิกอยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด (เครื่องส่วนใหญ่มักคุมราว 40–50 °C) ไม่มีรอยรั่วความเร็วและแรงเปลี่ยนตามเวลา ซีลเสื่อมเร็ว
ทุกกะรอบหัวฉีดและหน้าแม่พิมพ์เนื้อรั่วรอบหัวฉีด เศษบนหน้าแม่พิมพ์หน้าแม่พิมพ์ช้ำ ครีบ
รายสัปดาห์ทดสอบวาล์วกันย้อนค้างแรงดันย้ำโดยไม่ให้เนื้อไหลออก (เช่น ฉีดเข้าแม่พิมพ์ที่เกตแข็งแล้ว) ดูว่าสกรูไหลไปข้างหน้าเร็วแค่ไหน เทียบกับค่าที่บันทึกตอนวาล์วใหม่น้ำหนักชิ้นงานแกว่ง short shot และรอยยุบเป็นพักๆ
รายสัปดาห์การหล่อลื่น toggle และเสาค้ำระบบหล่อลื่นอัตโนมัติจ่ายจริง ผิวเสามีฟิล์มน้ำมันบางๆ ไม่แห้ง ไม่เยิ้มลงแม่พิมพ์บูชและสลักสึกเร็ว ผิวเสาเป็นรอย
รายสัปดาห์ไส้กรองน้ำมันและแม่เหล็กที่ฮอปเปอร์ไฟเตือนกรองตัน เศษเหล็กที่ติดแม่เหล็กวาล์วติด ความเร็วฉีดแกว่ง เศษโลหะขูดสกรูและกระบอก
รายเดือนฮีตเตอร์และเทอร์โมคัปเปิล (หลัง lock-out)วัดกระแสหรือความต้านทานฮีตเตอร์ ขันขั้วสาย เทอร์โมคัปเปิลแน่นในรูและชนิดตรงกับตัวควบคุมฮีตเตอร์ขาด ขั้วไหม้ อ่านอุณหภูมิผิด
รายเดือนความสะอาดน้ำมันไฮดรอลิกเก็บตัวอย่างตรวจตามรหัสความสะอาด (เช่น ISO 4406) ที่ผู้ผลิตกำหนด ดูน้ำปนและสีน้ำมันวาล์วสัดส่วนและปั๊มสึก ซ่อมแพงและหยุดเครื่องนาน
รายเดือนสลัก บูช toggle และความขนานของแผ่นระยะคลอน เสียงกระแทกตอนล็อก แรงปิดหรือการยืดของแต่ละเสาเทียบกันแรงปิดไม่เท่ากันสี่มุม ครีบด้านเดียว สลักหัก
รายปีวัดการสึกของสกรูและกระบอกถอดสกรู วัดเส้นผ่านศูนย์กลางขอบเกลียวหลายจุด วัดรูกระบอกด้วย bore gauge เทียบขีดจำกัดของผู้ผลิต ดูผิวชุบและวาล์วกันย้อนเตรียมเนื้อช้า สีกระจายแย่ ต้องชดเชยด้วยอุณหภูมิจนเม็ดและสารเติมแต่งเสื่อม
รายปีน้ำมัน ไส้กรอง และ accumulatorเปลี่ยนน้ำมันตามชั่วโมงใช้งานและผลตรวจ ตรวจแรงดันแก๊สของ accumulator ตามขั้นตอนผู้ผลิตความเร็วฉีดตก ซีลและปั๊มเสียหาย
รายปีระบบความปลอดภัยทั้งระบบ และการสอบเทียบinterlock ทุกชั้น ฝาครอบ purge guard จุดตัดพลังงาน สอบเทียบเซนเซอร์ตำแหน่ง แรงดัน และอุณหภูมิระบบป้องกันใช้ไม่ได้ตอนเกิดเหตุ ค่าบนหน้าจอไม่ตรงความจริง

อุณหภูมิน้ำมันเป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ต้องยืนยันกับผู้ผลิตเครื่องและ TDS ความถี่จริงให้ยึดคู่มือของเครื่อง

การเติม masterbatch และสารเติมแต่งบนเครื่องนี้

ในเครื่องฉีด masterbatch เข้าทางเดียวคือ คอเติม ผสมไปกับเม็ดหลัก มี 2 วิธี

  • ผสมในถังก่อน (pre-blend) ง่าย ลงทุนน้อย แต่เม็ดที่ขนาดหรือความหนาแน่นต่างกันแยกชั้นได้ระหว่างลำเลียงและในฮอปเปอร์
  • เครื่องเติมที่คอเติม (dosing unit) แบบปริมาตร (volumetric) ใช้เกลียวป้อนหมุนตามเวลา แบบชั่งน้ำหนัก (gravimetric) ชั่งแล้วปรับอัตราเอง คุมอัตราเติมได้นิ่งกว่าและบันทึกปริมาณที่ใช้จริงได้ บนเครื่องฉีด เครื่องเติมต้องทำงานเฉพาะช่วงที่สกรูหมุนเตรียมเนื้อ ถ้าเติมต่อเนื่อง masterbatch จะกองที่คอเติมแล้วเข้าไปเป็นก้อนในบางช็อต

สกรูอเนกประสงค์ผสมได้จำกัด เนื้ออยู่ในกระบอกไม่นาน และส่วนจ่ายมีหน้าที่หลักคือทำให้เนื้อร้อนเท่ากัน ถ้าเปลี่ยนสีบ่อยหรือใช้ masterbatch หลายตัว ให้ถามเรื่องสกรูที่มีส่วนผสม (mixing section) เช่น แบบร่องสลับ (fluted / Maddock) หรือแบบหมุด (pin mixer) ตอนซื้อเครื่องหรือเปลี่ยนสกรู

Back pressure ช่วยการกระจายสีโดยตรง เพิ่ม back pressure ทำให้เนื้อถูกนวดมากขึ้นก่อนสะสมหน้าสกรู ลายสีมักลดลง แต่ถ้าสูงไป เนื้อร้อนจากแรงเฉือน เตรียมเนื้อนานขึ้น และสารที่ไวต่อความร้อน เช่น สารกันไฟลามบางชนิด เสื่อมได้ ปรับทีละขั้นและดูเวลาเตรียมเนื้อประกอบ รอบสกรูก็เช่นกัน ให้คิดเป็นความเร็วผิวสกรู (m/s) เพราะสกรูใหญ่ที่รอบเท่ากันเฉือนเนื้อมากกว่า

ล้างกระบอกตอนเปลี่ยนสี ใช้เม็ดของงานถัดไปหรือสารล้างกระบอก (purge compound) ซึ่งมีทั้งแบบขัดด้วยกลไกและแบบเคมี ACS ไม่ได้จำหน่ายสารล้างกระบอก ถ้าล้างนานผิดปกติ ให้ตรวจวาล์วกันย้อน หัวสกรู และหัวฉีด ก่อนเปลี่ยนยี่ห้อสารล้าง

ตรงไปตรงมา: ถ้าลายสีหรือจุดดำมาจากสกรูสึก วาล์วกันย้อนสึก หัวสกรูมีช่องอับ หรือโซนความร้อนเสีย เปลี่ยน masterbatch ไม่ช่วย ต้องแก้ที่เครื่องก่อน หลังเครื่องปกติแล้ว สูตรจึงมีผล เช่น carrier ที่เข้ากันกับเม็ดหลักและไหลไม่ยากกว่า pigment ที่กระจายดีตั้งแต่ขั้น compound

สารเติมแต่งที่ผูกกับตัวเครื่องฉีดโดยตรงคือ nucleating agent ใน PP ซึ่งช่วยให้ชิ้นงานแข็งพอปลดเร็วขึ้นและมีผลต่อการหดตัว ผลมากน้อยขึ้นกับเกรดและแม่พิมพ์ ต้องวัดบนเครื่องจริง อ่านที่ รอบฉีดช้า ชิ้นงานบิด ส่วนสาร UV และสารกันไฟลามเกี่ยวกับเครื่องตรงที่ residence time และอุณหภูมิ ดู พลาสติกกรอบแตกกลางแดด และ สารกันไฟลาม PP V-0 ต้นทุนที่ควรเทียบคือต้นทุนต่อชิ้นงานดี ไม่ใช่ราคาต่อกิโลกรัม ลองคิดด้วย เครื่องคำนวณต้นทุนต่อชิ้นงาน

รอบการผลิต ตัวแปร process และอุณหภูมิอ้างอิงของเม็ดแต่ละชนิด อยู่ในบทความ การฉีดพลาสติก ส่วนอาการเสียที่มักมีต้นเหตุจากตัวเครื่อง อ่านละเอียดได้ที่

  • ฉีดไม่เต็ม (short shot) — ช็อตไม่พอ cushion เป็นศูนย์ วาล์วกันย้อนรั่ว
  • ครีบ (flash) — แรงปิดไม่พอ แผ่นไม่ขนาน แรงปิดไม่เท่ากันสี่มุม
  • รอยยุบ (sink mark) — ย้ำไม่พอเพราะ cushion หมดหรือวาล์วรั่ว
  • ลายเงิน (splay) — suck-back มากไป เนื้อค้างนาน โซนความร้อนเพี้ยน
  • จุดดำ (black specks) — เนื้อค้างไหม้ตามสกรูสึก หัวสกรู หรือหัวฉีด
  • ลายสี (color streaks) — สกรูผสมไม่พอ back pressure ต่ำ เครื่องเติมไม่สัมพันธ์กับรอบสกรู
  • รอยไหม้ (burn mark) — ความเร็วฉีดตั้งสูงเกินจนอากาศในโพรงถูกอัดร้อน (มักร่วมกับ vent แม่พิมพ์ตัน) หรือโซนความร้อนเพี้ยนจนเนื้อร้อนเกิน

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อเครื่องฉีดมือสอง ควรตรวจอะไรก่อน

ขอดูเครื่องตอนเดินงานจริง ดูว่า cushion นิ่งไหม เวลาเตรียมเนื้อสม่ำเสมอไหม และทุกโซนความร้อนถึงค่าตั้งหรือไม่ ทดสอบวาล์วกันย้อนโดยค้างแรงดันย้ำแล้วดูว่าสกรูไหลไปข้างหน้าแค่ไหน ฟังเสียงปั๊มและ toggle ดูรอยรั่วและอุณหภูมิน้ำมัน ทดสอบว่า interlock ประตูนิรภัยทำงานทุกชั้น ถ้าทำได้ให้ถอดสกรูวัดเทียบกับรูกระบอก และขอประวัติซ่อมกับชั่วโมงใช้งาน

สกรูและกระบอกสึกแล้วมีอาการอย่างไร

อาการแรกที่เห็นคือเวลาเตรียมเนื้อนานขึ้นที่ค่าตั้งเดิม จนต้องเพิ่มรอบสกรูหรืออุณหภูมิจึงทันรอบ ต่อมาสีกระจายแย่ลงและจุดดำมากขึ้นจากเนื้อที่ค้างตามจุดสึก ถ้า cushion ไหลลงระหว่างย้ำ มักเป็นวาล์วกันย้อนสึกก่อนตัวสกรู ยืนยันด้วยการถอดวัดเส้นผ่านศูนย์กลางขอบเกลียวและรูกระบอก แล้วเทียบกับขีดจำกัดของผู้ผลิตเครื่อง

เครื่องไฮดรอลิกเซอร์โวกับเครื่องไฟฟ้าล้วน เลือกอย่างไร

ทั้งสองแบบใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องไฮดรอลิกที่ปั๊มหมุนตลอดเวลา เครื่องไฟฟ้าล้วนเด่นเรื่องความแม่นและความซ้ำ ไม่มีน้ำมันไฮดรอลิก เหมาะกับงานแม่นและงานที่ต้องสะอาด เครื่องไฮดรอลิกเซอร์โวเด่นเรื่องแรงสูง ทนงานหนัก และช่างส่วนใหญ่คุ้นเคย ให้ตัดสินจากงานจริง คือแรงปิด ความเร็วฉีด เวลาย้ำ และความพร้อมของทีมซ่อม แล้วขอให้ผู้ขายวัดพลังงานต่อกิโลกรัมบนแม่พิมพ์ของคุณเอง

เปลี่ยนสีบ่อย ล้างกระบอกอย่างไรให้เร็วและเปลืองน้อย

จัดลำดับงานจากสีอ่อนไปสีเข้ม ทำความสะอาดฮอปเปอร์ เครื่องเติม และท่อลำเลียงก่อน แล้วไล่เนื้อด้วยเม็ดของงานถัดไปหรือสารล้างกระบอก (purge compound) โดยปรับรอบสกรูและ back pressure ตามคำแนะนำของสารล้าง ถ้าสีเก่ายังออกมาเรื่อยๆ หลังล้างนาน มักมีจุดที่เนื้อค้าง เช่น วาล์วกันย้อนสึก หัวสกรูคลาย หรือหัวฉีดมีช่องอับ ต้องแก้ที่ชิ้นส่วน

ข้อควรระวัง

ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขเป็นช่วงอ้างอิงทั่วไป การเลือก ติดตั้ง ใช้งาน และซ่อมบำรุงเครื่องจักรต้องยึดคู่มือและคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่อง และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงาน

อ่านต่อในซีรีส์